เว็บบอร์ด

ของที่เราใส่บาตรเวลาที่พระบิณฑบาตร

เปิดอ่าน 1403 ครั้ง

นมัสการพระอาจารย์ทุกรูปค่ะ หนูมีข้อสงสัยจะเรียนถามค่ะ เพื่อสะดวกในการตอบ ขอแยกคำถามเป็น ข้อ ๆ ดังนี้ค่ะ 1. ของที่เราใส่บาตรพระเวลาที่ท่านบิณฑบาตรต้องเป็นอาหารเท่านั้นหรือคะ 2. หากเราจะใส่สิ่งอื่น ๆ เช่น ไฟฉาย ปากกา สมุด อุปกรณ์เครื่องเขียนต่าง ๆ รวมทั้ง ยา ร่ม จะได้หรือไม่ (เตรียมถุงสำหรับใส่ให้ท่านหิ้วไปได้ด้วย) 3. ใส่บาตรด้วยเงินผิดหรือไม่ (บางครั้งเตรียมของไม่ทัน และคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นหากท่านต้องเดินทางไปเรียนหนังสือ ก็ต้องมีค่ารถ ค่าอาหารกลางวัน และค่าใช้จ่ายในการเรียน) หนูเคยได้ยินเขาบอกว่า ใส่บาตรด้วยเงิน คนใส่ผิดมากกว่าใส่บาตรด้วยสุราจริงหรือไม่


ขอตอบโดยรวมๆเลยก็แล้วกันนะหนู การใส่บาตร ก็เป็นการบริจาคทานอย่างหนึ่ง คือการให้วัตถุสิ่งของเป็นทาน อาหารก็จัดเป็นวัตถุสิ่งของชนิดหนึ่ง ผู้ให้ ก็จะได้ฝึกจิตใจให้รู้จักการให้ รู้จักการสละสิ่งของออกจากตน รู้จักการเอื้อเฟื้อแบ่งปัน เป็นการให้ ทานชนิดหนึ่งในพระพุทธศาสนา และเป็นการต่ออายุพระพุทธศาสนาในแง่หนึ่งด้วย การใส่บาตร นับเป็นวิธีการสร้างบุญวาสนาบารมีอันจะเป็นบุพเพกกตปุญญตาสำหรับตนต่อไปอนาคตโดยตรง และเป็นผลดีที่ได้ช่วยสืบต่อพระพุทธศาสนาโดยอ้อม การทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ ประกอบด้วย องค์คุณ ๓ ประการ คือ ปัจจัยสิ่งของสำหรับทำบุญบริสุทธิ์- เจตนาของผู้ถวายบริสุทธิ์- และพระภิกษุสามเณรเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยเหมือนกันปัจจัยสิ่งของสำหรับทำบุญบริสุทธิ์ หมายถึงที่มาแห่งปัจจัยนั้นๆ หรือวัตถุสิ่งของที่นำมาทำบุญนั้น ต้องได้มาโดยชอบ เช่น เงินที่นำมาใช้จ่ายซื้อหาวัตถุสิ่งของเหล่านั้น ต้องเป็นเงินที่ได้มาอย่างถูกต้องและของที่นำมาทำบุญนั้น เป็นของบริสุทธิ์ กล่าวคือไม่ได้เบียดเบียนชีวิตคนและสัตว์ รวมถึงสิ่งของที่นำมาทำบุญนั้น ต้องเป็นของที่มีคุณภาพดี และเป็นส่วนที่ดี อีกทั้งวัตถุสิ่งของนั้น ควรแก่สมณะบริโภค ไม่เกิดโทษแก่พระภิกษุสามเณร และมีปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการ การใส่บาตรหนังสือหรืออุปกรณ์การเรียน เป็นการทำบุญที่ควรทำอย่างยิ่งไม่แพ้การใส่บาตรอาหาร เพราะในฐานะของพุทธศาสนิกชนคนไทย เราควรที่จะส่งเสริมพระพุทธศาสนา ด้วยการทำบุญใส่บาตร และประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรมอันดี รวมไปถึงการส่งเสริมภิกษุ-สามเณร ให้มีร่างกายแข็งแรงพอที่จะศึกษาพระธรรมและปฏิบัติวัตรตามกิจของสงฆ์ด้วยการถวายสิ่งภัตตาหารและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นใช้ชีวิตประจำวันของท่านแล้ว เราก็ควรจะถวายอาหารทางปัญญาให้ท่านด้วย เพราะการที่ท่านจะต้องเทศนาสั่งสอนประชาชน ท่านก็จำเป็นจะต้องทราบถึงความเป็นไปของโลก สถานการณ์ปัจจุบัน สภาพสังคม รวมถึงความรู้เชิงวิชาการที่ถูกพัฒนาไปเรื่อยๆ อย่างไม่เคยหยุดนิ่ง ส่วนการใส่บาตรด้วยเงิน หรือถวายเงิน ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนะหนู ดูเหมือนเล็กน้อยและจำเป็นแก่พระภิกษุสามเณรที่ต้องศึกษา


เงินเป็นของที่ทุกคนปรารถนา กว่าจะหามาได้ ก็ยากเย็นแสนเข็น การที่ผู้มีศรัทธาฝ่ายกุศล จะเสียสละเงินของตน ยิ่งเป็นทานกุศลจิตที่มีกำลัง เป็นจาคะที่เป็นฝ่ายกุศล ทำลายความตระหนี่ กำจัดมัจฉริยะเสียได้ เมื่อเหตุเป็นกุศลดังนี้ ผลจะเป็นบาปได้อย่างไร จะทำบุญด้วยอะไรก็ตาม ถ้าผู้ทำได้ทำด้วยจิตที่เป็นฝ่ายกุศลมีศรัทธา วิริยะ สติ ปัญญา จาคะ หิริ โอตตัปปะ เป็นต้น ก็เป็นบุญได้ทั้งสิ้น เกณฑ์นี้ เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการพิจารณาว่า อะไรดี อะไรไม่ดี


เห็นพระป่าบางสายเคร่งครัดมาก อาหารที่ใส่บาตรจะต้องฉันได้หมดในเวลา 1 วัน ไม่ทราบวัดพระแก้วถือเช่นนั้นหรือไม่คะ


ถ้าฉันหมด ก็คงอ้วนกันเป็นแถว มาม่า ปลากระป๋อง ข้าวสาร จิปาถะ เคร่ง คืออะไรหละ เครียดไปด้วยหรือเปล่า? พระบางท่าน ก็ฉันอาหารในบาตร คือตักมาใส่ในบาตร พอเพียงแก่ตน ก็ต้องฉันให้หมด ไม่เกี่ยวข้องกับเคร่งหรือไม่เคร่ง ก็เหมือนเราตักอาหารลงในจาน ก็ทานให้หมด ไม่ทิ้งไว้ ไม่เห็นว่า เคร่งตรงไหน คำว่าเคร่ง ควรหมายถึงธุดงค์ 13 เช่น ฉันเฉพาะอาหารที่บิณฑบาตได้มาเท่านั้น ไม่รับนิมนต์ ไม่รับที่เอามาถวาย


อย่าเอาพระป่า มาเปรียบเทียบพระบ้าน พระป่าบางรูปแย่มากตามที่ดิฉันได้เห็น ดิฉันเคยหลงคารมณ์พระป่ามามากแล้ว ที่แท้ก็เป็นเปลือกนอกก็มี บางรูปไม่ได้เรียนอะไรเลยธรรมะ ก็หาว่าได้จากการปฏิบัติ พระป่าบางรูปเป็นฉากๆหนึ่งเท่านั้น ดิฉันได้ประสบการณ์จากตัวเอง ที่หมดเงินไปมากกับพระป่าจอมปลอมนี่เอง


พระก็ไม่แตกต่างอะไรเลย พระท่านก็คือพระที่เป็นลูกหลานชาวบ้านมาบวช รูปไหนที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็มีบารมีไป แต่รูปไหนที่หลอกลวงโกหกทุศีลก็รับกรรมไป พระป่าพระบ้านก็คือพระโดยสมมติ แต่พวกเราชาวพุทธศรัทธาในความสันโดษและศีลของท่าน เราไม่ตำหนิพระที่ปฏิบัติจริง เราตำหนิพระที่หลอกลวงชาวบ้าน เช่น เป็นพระครูบาร์ เป็นเกจิ เป็นพรใบ้หวย ดูหมอทักทายดวง ดิฉันอยากให้พระดูตัวพระก่อนว่าท่านปฏิบัติดีแล้วหรือยัง ก่อนจะไปดูหมอ ทักดวงคนอื่นๆให้เดือนร้อน ดิฉันพูดเรื่องจริงนะคะ

ตอบกระทู้