เว็บบอร์ด

พระจัดดอกไม้ในงานแต่ง

เปิดอ่าน 1292 ครั้ง

หนูเห็นพระจัดดอกไม้ในงานแต่งงานในโรงแรมแห่งหนึ่ง เป็นบาปไหมคะ ไม่ได้ตำหนิท่าน แต่อยากรู้ว่าผิดกฎอะไรหรือปล่าวคะ


ผิดทุกประตู ไม่สมควรด้วยประการทั้งปวง มิใช่หน้าที่ของสงฆ์ หากเป็นไปได้ ขอให้แจ้งเจ้าคณะผู้ปกครองในเขตนั้น ๆ เพื่อจะได้เข้าไปตักเตือนดูแล อย่าเห็นแล้วก็หายไป เห็นแล้วทำอะไรสักอย่างที่ถูกต้อง เป็นบุญกว่า


จริงด้วยเราก็เห็นพระวัดเราจัดตกแต่งดอกไม้งานศพ เขาเป็นเจ้าอาวาสด้วย เรามองว่าไม่ดีไม่งามเลย แล้วเราจะบอกพระคุณท่ายยังงัยดีคะ ยิ่งเป็นพระวัดเราด้วย


แต่พระจัดดอกไม้ในวัดเพื่อบูชา ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ


พระพุทธศาสนาเป็นวิภัชชวาที คือจำแนกเป็นกรณี ๆ ไป ในกรณีจัดในงานแต่งงานในโรงแรม อย่างไรก็ไม่งาม ไม่สมควร แต่อีกสองกรณีก็พอมีเหตุมีผลที่ควรแก่การพิจารณา หลักในการพิจารณาที่สำคัญ ก็คือตัวจิตที่กระทำการสิ่งต่าง ๆ ว่า เป็นจิตฝ่ายกุศลหรืออกุศล ดีหรือชั่ว บุญหรือบาป โลภะหรืออโลภะ คือดูที่เจตนาเป็นหลัก การพิจารณาตัวเจตนาเป็นเรื่องยาก เพราะเจตนาไม่มีรูปร่าง แต่สามารถสังเกตจากสภาพแวดล้อม องค์ประกอบต่าง ๆ ได้ เช่น กาละ เทศะ บุคคล ชุมชน วัฒนธรรม เป็นต้น


ดิฉันก้อเห็นพระมาชื้อดอกไม้ ที่ตลาดสดขายดอก ชื้อไปจำนวนมากด้วย สงสัยอยู่เหมือนกันว่าท่านชื้อไปทำอะไร ตั้งมากมาย พอมาอ่านข้อความเห็นที่นี่ ก็ได้ทราบว่าท่านชื้อไปจัดงานโรงแรมนี่เอง อิอิ ดิฉันขายอาหารใกล้ๆร้านดอกไม้จึงเห็นบ่อยๆ ท่านทำท่าทางเหมือนผู้หญิงด้วยคะ ไม่รู้ว่าวัดไหน


ก็มีอยู่ พอทราบอยู่ อย่าเพิ่งตัดสินว่าท่านนำไปจัดในโรงแรม อาจเป็นงานในวัดก็ได้ คิดเป็นฝ่ายกุศลไว้ เพราะเป็นกุศลที่มีใจเป็นผู้กระทำ คือมโนกรรม ถ้าเห็นอะไรแล้วคิดเป็นอกุศล ก็เป็นการทำบาปประการหนึ่ง ทำบาปทางใจ คือ มโนกรรมฝ่ายอกุศล ใครดีใครชั่ว ไม่ใช่เรื่องของเรา ดูใจเราว่า ในขณะเห็นสิ่งนั้น ๆ ใจเราดีหรือชั่ว แก้ไขผู้อื่นยากนัก แก้ที่ตัวเราดีกว่า เราจะได้ไม่แบกโลก แต่ถ้าเป็นความผิดที่ชัดแจ้ง ก็ใช่ว่า เราจะให้ปล่อยไปเฉย ๆ โดยไม่กระทำอะไร เพราะพระพุทธศาสนาเป็นกัมมวาทีเหมือนกัน คือ สอนให้ทำ ไม่ใช่ไม่ให้ทำ แต่ที่ทำต้องมีปัญญาประกอบเสมอ ดูว่าการกระทำนั้น เป็นผลของปัญญาคือเพื่อความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา หรือเป็นเพราะความไม่ชอบ ไม่ถูกใจ (โทสะ)


แล้วจะแก้ปัญหายังงัย พวกพระตุ๊ด-เณรแต๋ว


ปัญหาโลกแตก พอทำให้น้อยลงได้ แต่แก้ให้หมดไปไม่ได้ สังคมภายนอกเป็นอย่างไร ก็ส่งอิทธิพลเข้ามาในวัด ไม่น้อยกว่ากัน ปัญหาบางอย่าง ไม่สามารถแก้ด้วยหลักการปกครอง คือกฎหมาย การลงโทษ หรือทำนองนั้น แต่อาจแก้ได้ด้วยกฎทางสังคม การกดดันทางสังคม ปฏิกิริยาของสังคมต่อกรณีนั้น ๆ ในเมื่อสังคมไทย ค่อนข้างจะเปิดเผยเรื่องนี้มากกว่าสังคมอื่น ๆ จะมาแก้ปัญหาเฉพาะในสังคมกำแพงวัด ก็ลำบาก มีอะไรมาเกี่ยวข้องมากมาย เช่น สิทธิมนุษยชน วัฒนธรรม ประเพณี พระธรรมวินัย เป็นต้น คงรอให้ปัญหาถึงวาระตกผลึก สุกง่อมก่อนกระมัง


แต่มันเหมือนไม่ยุติธรรมกับชาวโลกเลยนะคะ มีเฟกมีแปลกปลอม แล้วเราไปไหว้เคารพชนเหล่านี้ เราได้บุญหรือได้บาป ส่วนดิฉันเองยังทำใจไม่ได้กับเรื่องนี้ ทำไมการปกครองของสงฆ์อ่อนจังคะ แล้วต่อไปใครๆก็สามารถบวชได้ซิคะ อันที่จริงสังคมภายในกำแพงที่ท่านว่ามันแคบกว่าข้างนอกมาก พอหลับตาก็เห็นหน้าว่าใครเป็นยังไงอย่างไร สามารถตรวจตราดูแลได้อย่างใกล้ชิดกว่าข้างนอก เหมือนครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง ดิฉันเป็นชาวพุทธไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิติเตียนชนเหล่านี้ แต่อยากจะให้สังคมมองภาพความสวยงามของพระพุทธศาสนาไปในทางที่ดี เป็นบ้านพุทธเมืองพุทธแท้จริง ไม่อยากเห็นวัดสวย แต่อยากเห็นคนมีจิตใจดีมีศีลธรรมมากกว่าวัตถุ


สังคมต้องช่วยกันติเตียนเรื่องนี้ให้มาก เพื่อให้ปัญหามันสุกงอม มีแรงกดดันจากสังคมเข้ามาช่วย การที่พระสงฆ์ไปไล่จัดการปัญหากันเอง คงยากอยู่ มันก็เหมือนกับการบังคับใช้กฎหมายในประเทศเรา ที่ป่าสงวน ที่สปก. อะไรมากมาย เป็นรีสอร์ท เป็นโรงแรม เป็นวัด เป็นบ้านพัก ก็เห็น ๆ กันอยู่ ถ้าไม่มีใครสักคนไปจุดไฟ เรื่องก็เป็นอยู่อย่างนั้นต่อไป หยวน ๆ กันไป ในศาสนาอื่น ก็มีปัญหาทำนองนี้มากกว่าศาสนาเราอีก อ่านประวัติศาสตร์ศาสนาแล้วจะกระจ่าง ความคิดที่ว่า พระต้องดีพร้อม ศาสนาต้องดีพร้อม คนต้องมีศีลธรรม เป็นความคิดหนึ่งซึ่งมองออกจากตัวเรา มากกว่ามองเข้าหาตัวเอง โลกก็อย่างนี้ตลอดไป มีดีมีชั่ว สกปรกสะอาด มุมมองที่แตกต่างกัน ถ้าเราคิดแต่จะจัดการโลกให้เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น นี่เป็นรูปแบบความคิดหนึ่งที่ผิดหลักพระพุทธศาสนา สถานการณ์ทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องของทุกขอริยสัจจ์ มีไว้ให้กำหนดรู้ ให้รู้รอบ ไม่ให้เป็นทุกข์กับมัน รู้ด้วยใจที่เป็นกลาง มันก็เป็นของมันอย่างนั้น หนึ่งคนเห็นว่า ทุกคนมีอิสระทางเพศ เพศที่สามควรมีที่ยืนในศาสนา สองคนเห็นว่า ไม่ได้ ทำให้ศาสนาเสื่อม สามคนเห็นว่า ถ้าไม่ได้ทำให้ศาสนาเสื่อมก็ไม่เป็นไร สี่คนว่า ยังไงก็ได้ ข้าจะนอน


อยากทราบว่าทำไม เกย์นทีจึงจงเกลียดจงชังพระตุ๊ดเณรแต๋วมากมายอย่างนี้ พวกเราเป็นแบบนี้เกิดมามีกรรมอยู่แล้วทำไมต้องซ้ำเติมกันด้วยอะ เราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ฮะ ไม่ได้ทำให้ใครหนักใจ ถ้าไม่อยากมองไม่อยากดูพวกเราไม่ต้องมามองดิ เรามีอิสระในตัวเรา เราเลือกเกิดไม่ได้ ถ้าเราเลือกเกิดใหม่ได้เราก็จะเกิดเป็นชายจริงไปแล้ว เราไม่ได้ปกป้องพวกเดียวกัน แต่มาว่าให้เราแบบนี้เรายอมมะด้าย.....จริงๆ


เคยมีพระที่เป็นตุ๊ดไปสอนศีลธรรม ร.ร.หนูด้วยคะ คุยสนุ๊กสนุก รูปร่างผอมเพรียวลม เวลาเดินผ่านพวกหนู ได้กลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายเชียว

ตอบกระทู้