เว็บบอร์ด

ประชาชนชาวเชียงรายร่วมเวียนเทียนและฟังธรรมเทศนาที่วัดพระแก้ว

เปิดอ่าน 2311 ครั้ง

พระธรรมราชานุวัตรแสดงธรรมเทศนาและประกอบกิจกรรมทางศาสนาร่วมเวียนเทียนกับประชาชนณ.อุโบสถวัดพระแก้ว วันอาสาฬหบูชา คือวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานาม และพระอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จน พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ปัจจวัคคีย์ทั้ง 5 เรียกว่า "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม ซึ่งหลังจากปฐมเทศนา หรือเทศนากัณฑ์แรกที่พระองค์ทรงแสดงจบลง พระอัญญาโกณฑัญญะก็ได้ดวงตาเห็นธรรม สำเร็จเป็นพระโสดาบัน จึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าก็ได้ประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีที่เรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" พระโกณฑัญญะจึงได้เป็น พระอริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ พระธรรมราชานุวัตรได้แสดงธรรมในวันอาสาฬหบูชาว่า วันนี้จึงถือว่า เป็นวันของพระสงฆ์และองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ปฐมเทศนาแสดง หลักธรรมสำคัญ 2 ประการ คือ 1. มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลางๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้ มิใช่การดำเนินชีวิตที่เอียงสุด 2 อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ การหมกมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่าเป็นการหลงเพลิดเพลินหมกมุ่นในกามสุข หรือกามสุขัลลิกานุโยค การสร้างความลำบากแก่ตน ดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น ซึ่งการดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค ท่านสาธุชนและพุทธบริษัททั้งหลาย ในการปฎิบัติตัว ปฎิบัติตนจึงควรเดินสายกลาง เหมือนเช่นพิณ เราขึงตึงไปเวลาเล่นมันก็ขาด แต่เวลาเราขึงสายหย่อนหยานเกินไปเราก็เล่นไม่ได้ ในการปฎิบัติตนต้องพึงมี ศีลห้าในการดำรงชีวิต ให้เป็นปกติ เป็นการใช้ชีวิตให้เป็นปกติอยู่ในชีวิตประจำวัน พึงมีจิตใจ ที่สว่าง กระจ่าง ให้ชีวิตอย่างสงบ ง่าย งามตามหลักธรรมคำสอนของพระศาสนา และในวันที่๔มิถุนายนที่ผ่านมาประเทศไทยได้จัดงานวันวิสาขบูชา ประจำปี 2555 ซึ่งเป็นปีพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า:ซึ่งมีประเทศจำนวน85 ประเทศร่วมฉลอง “พุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า”จึงเห็นได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เจริญรุ่งเรื่องทางพระศาสนา สำหรับจังหวัดเชียงรายถือว่าเป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องของความเจริญงดงามและความเจริญรุ่งเรื่องทางพระพุทธศาสนามายาวนานท่านสาธุชนและพุทธบริษัททั้งหลายไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม ทั้งที่เป็นประโยชน์ส่วนตัว และประโยชน์ของหมู่คณะ ทั้งหมู่คณะเล็ก เช่น ครอบครัว และหมู่คณะใหญ่ คือประเทศชาติ จะต้องมีหลักการที่ชัดเจน มีแม่บทที่ชัดเจน ที่ทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติตาม และหลักการนั้นจะต้องสอดคล้องกับหลักธรรมในพระพุทธศาสนาด้วย อีกทั้งต้องถูกนำมาประพฤติปฏิบัติ จนกระทั่งหลักการที่ดีเหล่านั้นกลายเป็นนิสัยประจำตัว นิสัยประจำชาติ จึงจะส่งผลให้ตนเอง หมู่คณะ และประเทศชาติเจริญขึ้น และสงบสุขอย่างยั่งยืนในวันอาสาฬหบูชานี้ ท่านสาธุชนและพุทธบริษัททั้งหลายควรถือเป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งที่จะพึงประกอบการบูชาทั้งส่วนอามิสบูชา และปฏิบัติบูชา โดยเฉพาะการปฏิบัติบูชานั้น ควรปฏิบัติตนตามหลักธรรมในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อันได้แก่ มัชฌิมาปฏิปทา ข้อปฏิบัติสายกลาง คือ อริยมรรค 8 กล่าว โดยสรุปก็คือ ควรปฏิบัติตนให้มีศีล สมาธิ ปัญญา เมื่อปฏิบัติได้ดังนี้ ชื่อว่าได้บูชาพระพุทธองค์ ด้วยการบูชาอย่างยิ่ง พระธรรมรานุวัตรเจ้าอาวาสวัดพระแก้วได้แสดงธรรมเทศนาไว้ในวันอาสาฬหบูชา เป็นที่น่าแปลกใจยิ่งนักเมื่อก่อนเวียนเทียนอยู่ในอุโบสถวัดพระแก้วฝนตกพรำๆแต่พอหลวงพ่อพระเดชพระคุณพระธรรมราชานุวัตรเริ่มแสดงธรรมเทศนาและร่วมเวียนเทียนกับพุทธสานิกชนฝนกับหยุด แต่เมื่อเวียนเทียนครบสามรอบฝนตกลงมาใหม่ ผู้เขียนเองเคยรอตักบาตรข้าวสารวันสงกรานต์ วันนั้นตอนเช้าฝนตกตลอด ยังนึกว่าจะตักบาตรกันอย่างไร แต่พอหลวงพ่อวัดเข้าแก้วเริ่มออกเดินบิณฑบาตฝนก็หยุดตกลงเฉยๆเหมือนวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงบุญบารมีของพระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค๖ เชียงราย ในการร่วมอนุรักษ์ในการรักษาประเพณีทางพระศาสนา ผู้เขียนอยู่มาหลายจังหวัด แต่ไม่มีจังหวัดใดที่ดูมีเสน่ห์ทั้งด้านนิสัย ผู้คน ความโอบอ้อมอารี ความเมตตา และการรักษาอนุรักษ์ประเพณีของชาวเชียงราย ด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น งดงามของพระธรรมราชานุวัตรทำให้ผู้เขียนประทับใจ และได้ข้อคิดในการใช้ชีวิตทุกครั้งเพื่อได้ฟังหลวงพ่อบรรยายหรือแสดงธรรมเวลาไม่ว่าเวลาใด เชียงรายถิ่นดินแดนของศาสนา อนุรักษ์วัฒนธรรมค่าสืบไว้ แม้ผู้คนเดินทางจากที่ไกล ถึงเชียงรายเหมือนต้องมนต์มิรู้ลืม กระต่ายใต้เงาจันทร์ ณ.ปลายดอย เวลา ๒๓.ooน.


การมีชีวิตอยู่-นานเท่าใด.. มิใช่..สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญ..ก็คือ .มีชีวิตอยู่-อย่างไร


เราเข้าใจชีวิต.. เมื่อมองย้อนหลัง..เท่านั้น แต่..เราต้องดำเนินชีวิต..ไปข้างหน้า


ไม่มีสิ่งใด..ช่วยให้คุณ..ได้เปรียบคนอื่น มากเท่ากับ.. การควบคุมอารมณ์..ให้สงบนิ่ง..อยู่ตลอดเวลา ในทุกสถานการณ์


พรสวรรค์ยิ่งใหญ่..ของมนุษย์ คือ .การที่เราสามารถ..เอาใจเขา-มาใส่ใจเราได้


ความอดทน.. คือ..เพื่อนสนิท..ของสติปัญญา


มักพูดกันว่า.. กาลเวลา..เปลี่ยนทุกสิ่ง แต่จริงๆแล้ว . คุณ..ต้องเปลี่ยนทุกสิ่ง..ด้วยตนเอง


บทเพลงจากปลายดอย เงียบวังเวงเพลงปลายดอยณ.เวิ้งฟ้า ส่งข้ามมากระซิบแผ่วแว่วเพียงเสียง เริ่มลำนำขานขับรับร้อยเรียง กลางดื่นดึกแว่วเสียงสงบงัน . ใต้แสงจันทร์เหลืองนวลงดงามยิ่ง ท่ามสายลมอ้อยอิ่งทักมอบคอยปลอบขวัญ มาอิงแอบแนบซบภิรมย์จันทร์ แม้หวาดหวั่นวางลงที่ตรงใจ เริ่มบรรเลงผ่านเส้นสายเพลงปลายดอย กระชับร้อยตราตรึงแว่วคล้ายแก้วใส เริ่มบรรเลงหวานเพราะเสนาะใน- เพื่อรักษาหัวใจให้ทุกคน นำพระธรรมคำสอนพรพิสุทธิ์ รู้จักพอและหยุดจงสืบค้น ความพอดีอยู่ในใจของตน อย่าเป็นคนแค่คิดจิตต้องนำ อย่าตามใจในอารมร์ข่มให้อยู่ ลองตรองดูถูกผิดอย่าถลำ จะเกิดกรรมวิบากการกระทำ ต้องตัดกรรมให้อภัยใจงดงาม มองให้เห็นความเป็นไปมวลมนุษย์ ใช้ดวงจิตพิสุทธิ์อย่ามองข้าม ไม่มีอะไรง่าย-ยาก พยายาม เป็นคนดีสง่างามทั้งกายใจ มอบบทเพลงปลายดอยผ่านเวิ้งฟ้า จะพบว่าความสุขไม่ไปไหน จิตเป็นสุขใจเป็นสุขอยู่ที่ใจ ใช้ชีวิตพอเพียง-พอใจง่ายและงาม http://www.youtube.com/watch?v=qHmf8NR9FUw (คลิก)

ตอบกระทู้