เว็บบอร์ด

ไฟไหม้โหมตลาดเชียงรายคละคลุ้งไปด้วยกลุ่มควัน แม่ค้า ประชาชนวิ่งหนีอลหม่าน

เปิดอ่าน 2618 ครั้ง

ไฟไหม้โหมตลาดเชียงรายคละคลุ้งไปด้วยกลุ่มควัน แม่ค้า ประชาชนวิ่งหนีอลหม่าน กระต่ายใต้เงาจันทร์ เมื่อเวลาประมาณ๑๗.๔O นาฬิกา ที่ตลาดกาดหลวงบริเวณหน้าหอหน้าหอนาฬิกาเก่า ของ เทศบาลนครเชียงราย ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้คนต่างกลับจากที่ทำงานไปตลาดเพื่อซื้อหาของกินและกับข้าวารับประทานมื้อเย็น กระต่ายเองวันนี้ธรรมดาจะเดินอยู่แถวนั้นพอดีหน้าบริเวณร้านไทยแลนด์ทีวี เพราะมีของกินมากมายต้องอยู่ริมร้านบริเวณทางเดิน แต่ด้วยอากาศที่ร้อนวันนี้เลยนั่งแช่ทำงาน พอไปถีงเห็นควันดำลอยมาคละคลุ้งทั่วท้องฟ้า พร้อมกลิ่นแก็ซระเหยปนเปจนแสบนัยต์ตา เสียงตะโกนจากแม่ค้าแกงปักใต้เจ้าประจำวิ่งสวนออกมา อาจารย์ไฟไหม้ อย่าเข้าไป ไฟลุกลามแล้วชั้นทิ้งของไว้อย่างนั้นใครจะเอาก็เอาไป อยู่ไม่ไหวแล้วพร้อมวิ่งด้วยท่าหวาดกลัวกระหืดกระหอบผ่านตัวไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มควันมากขึ้นเรื่อยๆคนในตลาดเริ่มมุ่งดูโทรศัพท์กันให้ขวักไขว่ เสียงหญิงวัยกลางคืน พูดใส่โทรศัพท์มือถือ ปนเสียงสะอื้นและน้ำตา ลูกๆๆอยู่ไหน อยู่ตรงนั้นแหละ อย่าไปไหนเดี๊ยวแม่ไปหา อย่าไปไหน พร้อมพึมพำปนเสียงสะอื้น...ทำไงดี....ทำไงดี... ตั้งสติคะ..ฉันสวนทันควัน..ลูกอายุเท่าไรคะ...๑๕จ๊ะ ติดอยู่ในตลาด ควันดำมากขึ้นจนมองไม่เห็น ...งั้นให้ลูกออกมาคะ จากตรงนั้นพอจำทางได้ไหม ...อยู่แล้วอันตราย...ได้คะลูกต้องส่งมะพร้าวทุกวัน...บอกให้ออกมาเลยคะ...อย่ามัวยืนรอหรือยืนยงแล้วบอกจุดว่าคุณแม่รออยู่ตรงนี้...จ๊ะ...จ๊ะ...แล้ว...หญิงวัยกลางคนก็รีบโทรแล้วเดินไปมา กระต่ายเองได้แต่อ้อนวอนคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอฝนตกหน่อยเถอะ ฝนทำท่าจะตกแต่ก็เงียบหาย ความวุ่นวายยังคงดำเนินต่อไป ความสับสน ความตื่นกลัว ความตระหนก หรือแม้กระทั่งการนิ่งเฉย อาการของแต่ละคนแสดงออกแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือ โทรศัพท์หาคนโน้นคนนี้ที แม่ค้าหลายคนใจเย็น ไม่ขนแผงผัก แผงผลไม้ จนเจ้าหน้าที่เทศบาลต้องประกาศ เมียของขอทานตาบอดคนหนึ่งวิ่งเค้าไปฉุดผัวออกมาจากตลาดที่กำลังลุกลามด้วยไฟที่จะไหม้ไปข้างใน กระต่ายยินดูเกือบยี่สิบนาทีไม่รู้จะช่วยใคร รถป๋อเต็กตึง มาถึงก่อนรถดับเพลิงสะงั๊น เกือบยี่สิบนาทีที่อยู่ตรงนั้น แล้วเวลาที่ไฟลุกโหมก่อนหน้านั่นหล่ะกี่นาทีกันในช่วงเวลาความเป็นความตายรถรถดับเพลิงเทศบาลเพิงมาถึง... หลายเสียงของประชาชนวิพากวิจารย์กันไปต่างๆนาๆๆบ้างว่านี่คือเกมส์การเมือง ที่จะมีการเลือกตั้งนายกเทศบาลนครเชียงรายในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๕ สำหรับความคิดตัวเองแล้ว ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น และไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะไฟไหม้บ้านครั้งเดียว ไม่เท่ากับโจรปล้นสิบครั้ง เสื้อผ้าสักชิ้น รองเท้าสักข้างยังไม่มีใส่ ภาพที่แม่ ปิดประตูบ้านขังตัวเองอยู่ในบ้านเมื่อไฟไหม้บ้านที่บางระกำ จังหวัดพิษณุโลก มันฝังแน่นติดตาในความทรงจำวัยย์เด็กเพราะคนที่มาช่วยขนของต่างขนเอาไปเป็นของตัวเอง ด้วยว่าที่บ้านเป็นร้านโฮช่วยขนาดใหญ่ ถ้าสมัยนี้ก็เปรียบได้กับนินิมาร์ท แม่ว่า ถ้าหาทั้งชีวิตแล้วจะให้คนอื่นเอาไปสู้พร้อมตายไปพร้อมดีกว่า พูด ร้องไห้อย่างไร แม่ก็ไม่ยอมออกมา ไฟไหม้ มีแต่เรื่องสูญเสีย ทั้งชีวิต ทรัพย์สินทร์บางคนคิดว่า...ก็มันไม่เจริญไล่มันเป็นแต่ห้องแถวบ้านไม้ไล่ก็ไม่ยอมออกไป บอกให้รื้อใหม่จะสร้างให้ก็ไม่ยอม เค้าเลยใช่วิธีเผา นี่คือสิ่งที่มีคนเล่าปากต่อปากในไฟไหม้ที่อำเภอบางระกำจังหวัดพิษณุโลกในสมัยนั้น แต่อยากฝากข้อคิดว่า ความเจริญ ชัยชนะ ถ้าได้มาด้วยความสูญเสีย หยดเลือด และหยาดน้ำตา มันมีคุณค่าควรยินดีต่อสิ่งที่เราปรารถนากระนั้นหรือ ทำว่า มนุษย์ คือ ผู้เจริญ คือ ผู้สร้างสรรค์สิ่งดีงามประพฤติอยู่ในธรรม มิใช่...ผู้ทำลาย....


นาทีระทึกใจ


อกสั่นขวัญแขวน


บทเรียนครังยิ่งใหญ่


เราเตรียมพร้อมขนาดไหนเมื่อรถเก็บศพมาถึงก่อนรถดับเพลิง


คนเชียงรายเตรียมพร้อมและมีสติกันแค่ไหน


หวังว่าไฟไหม้วันนี้ จะเป็นบทเรียนมีมีค่า ในการเตรียมพร้อม มีสติ และตั้งอยู่บนความไม่ประมาท


รถดับเพลิงที่ช่วยดับไฟ


เบื่องหลัง หลังจากเพลิงไฟสงบ


น้องโทรมาบอกว่าไฟไหม้ตลาดซึ่งบ้านเขา้อยู่ใกล้ๆ ตกใจจริงๆวิ่งไปหาเพื่อนบ้านขอให้ขี่มอเตอร์ไซด์ไปส่งหน่อย แล้วก็ได้แต่เดินไปเดินมาในบ้านเขาเพราะไฟไม่ลามมาก เคยคิดว่าตนเองมีสติดี แต่คราวนี้เห็นได้ชัดเลยว่าความตกใจทำให้สติหายไปได้อย่างรวดเร็ว


ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้่มครองเมืองเชียงราย ขออย่าให้เกิดเหตุการณ์ร้ายๆขึ้นอีกเลย สาธุ

ตอบกระทู้