เว็บบอร์ด

รูปแบบการเขียนเรียงความแก้กระทู้ธรรม ธรรมศึกษาตรี

เปิดอ่าน 11216 ครั้ง

รูปแบบการเขียนเรียงความแก้กระทู้ธรรม ธ.ศ.ตรี สุภาษิตตั้ง (เข้ากลางหน้ากระดาษ) ความหมาย (เข้ากลางหน้ากระดาษ) บทนำ บัดนี้ จักได้อธิบายขยายความตามพุทธศาสนภาษิตที่ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็น แนวทางในการศึกษาและปฏิบัติแก่พุทธศาสนิกชนสืบต่อไป อธิบายสุภาษิตตั้ง .........................................................(๑๐ - ๑๕ บรรทัด )........... ........... สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาใน...... (ที่มาของศาสนสุภาษิตเชื่อม ) ว่า ( พุทธศาสนสุภาษิตเชื่อม ) ความหมาย อธิบายสุภาษิตเชื่อม.....................................................( ๗- ๑๐ บรรทัด)............... ........................................................................................................... สรุป.......( ๓- ๕ บรรทัด )..................................................................................... ......................................สมดังสุภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้นว่า พุทธศาสนสุภาษิตตั้ง คำแปล ดังได้อธิบายมาด้วยประการ ฉะนี้ ตัวอย่าง เรียงความแก้กระทู้ธรรม ธรรมศึกษาชั้นตรี วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ คนจะล่วงทุกข์ได้ เพราะความเพียร บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและปฏิบัติ เป็นลำดับไป คำว่า ทุกข์ คือสภาพที่บีบคั้นเบียดเบียน มีความลำบาก ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ มีความคับบแคบใจ อันมีเหตุมาจากความไม่สมปรารถนา ไม่ได้ดังใจ ได้สิ่งของบางอย่างมาแล้วไม่ถูกใจ ตลอดถึงการพลัดพรากจากของรักของชอบใจ เป็นเหตุแห่งความทุกข์เป็นความลำบาก กล่าวโดยที่สุดพระพุทธเจ้าตรัสว่า สังขารร่างกายนี้ก็เป็นทุกข์ ฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ความทุกข์เป็นความจริง เป็นทุกข์อริสัจ ความทุกข์นี้มีมาประจำกับตัวเราแล้วตั้งแต่เกิด มีความลำบากในการที่จะหาเลี้ยงชีพ ทั้งตัวเองและคนอื่น แม้การศึกษาเล่าเรียนของเรานี้ ก็เหมือนกัน เป็นความทุกข์ เป็นความลำบาก แต่พระพุทธเจ้าได้ทรงเทศนาสั่งสอนให้พวกเรามองให้เห็นความทุกข์ และก็ให้ยอมรับว่ามันมีอยู่จริง ไม่ให้จมปรักอยู่มัน ไม่ให้เศร้าโศกและเสียใจกับสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์ พระพุทธองค์ทรงสอน หาทางหนีจากความทุกข์ หาทางแก้ทุกข์ เพื่อที่จะให้มีความทุกข์น้อยลง ให้มีความสุขตามปกติที่ใจมุ่งหวัง ในการที่จะหนี้จากความทุกข์ หาทางแก้ทุกข์นั้นพระองค์ก็ทรงสอนให้มีความเพียรก็คือ ประการแรก เพียรพยายามไม่ให้สิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นแก่เรา ประการที่สองเพียรละสิ่งที่เป็นอุปสรรคแก่ความสุขของเรา ประการที่สามเพียรพยายามทำสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์แก่เรา และประการที่สี่เพียรพยายามความดีสิ่งที่ดีทีมีอยู่ในตัวของเราแล้วให้คงอยู่ต่อไป นี้คือทางที่จะแก้ความทุกข์ ทางที่จะพ้นจากความทุกข์ ความเพียรสี่ประการนี้เป็นสิ่งที่คนเรามนุษย์สามารถที่จะทำได้ เพราะว่ามนุษย์เป็นผู้มีความคิดมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดกว่าสัตว์เหล่าอื่น สมดังพระพุทธภาษิตที่มาในขุททกนิกาย ธัมมปทคาถาว่า ทนฺโต เสฏฺโฐ มนุสฺเสสุ ในหมู่มนุษย์ ผู้ฝึกตนได้แล้ว เป็นผู้ประเสริฐ แสดงว่า มนุษย์เรานี้ เป็นผู้ฝึกฝนตนเองได้ ด้วยความเพียรพยายามของตัวเขาเองในการศึกษาเล่าเรียนของเรานี้ก็เช่นกัน กว่าที่เราจะจบมาได้แต่ละชั้นก็มีความยากลำบาก และยิ่งในการที่เราจบมีเกรดที่ดีแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องใช้ความเพียรพยายามฝึกฝนต้นเองหมั่นศึกษาค้นคว้า ละสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาเรา เอาใจใส่ในงานที่ครูอาจารย์มอบหมายให้ ไม่เกียจคร้าน เมื่อเราหมั่นขยันอดทนฝึกฝนอยู่อย่างนี้ ก็จะเห็นได้ว่าความยากลำบากเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องยาก เราก็จะได้รับผลสำเร็จในการศึกษา และภาคภูมิใจในตัวของเรา ไม่เฉพาะตัวเราแม้คนอื่นก็จะยกย่องสรรเสริญว่าเป็นเด็กดี หรือเป็นผู้ประเสริฐ ถ้าหากขาดการฝึกฝนแล้วไซร้ จะกล่าวได้ว่าเป็นบุคคลผู้ประเสริฐก็หาไม่ จะเป็นคนดีได้อย่างไร สรุปความว่า ความทุกข์ ความลำบากของมนุษย์ต่าง ๆ นานา ของคนเรานั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถจะเอาชนะได้ สามารถบรรลุความสุข ผ่านความทุกข์นั้นได้ ก็เพราะความเพียร ดังที่กล่าวมาว่า ประการแรกเพียรสังวรระวังไม่ให้สิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นแก่ตัวเรา ประการที่สองเพียรละสิ่งที่ไม่ดีนั้น ประการที่สามเพียรสั่งสมความดีหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตัวเรา และประการที่สี่เพียรรักษาความดีนั้นไว้ให้อยู่กับตัวเรานาน ๆ เมื่อฝึกตนเองได้แล้วก็จะเป็นคนที่มีแต่สวัสดีภาพ เป็นผู้ประเสริฐ สมดังนัยพุทธภาษิตที่ได้ยกขึ้นไว้ ณ เบื้องต้นนั้นว่า วิริเยน ทุกฺขมจฺ เจติ คนจะล่วงทุกข์ได้ก็เพราะความเพียร ดังมีอรรถาธิบายมาแล้ว เอวํ ก็มีด้วยประการ ฉะนี้.


คำว่าศีลคือ การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย

ตอบกระทู้