เว็บบอร์ด

แก้กรรมแบบพิศดาร

เปิดอ่าน 1580 ครั้ง

ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการแก้กรรมแบบพิศดาร ของแม่ชีทศพร กรณีมีการเผยแพร่คลิปแม่ชีแก้กรรม ทั้งภาพ และนำเสนอข่าวถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของแม่ชีแก้กรรมชื่อดังคนหนึ่ง ที่แนะให้หญิงสาวรายหนึ่งแก้กรรมด้วยการนอนกับชายหนุ่มที่อายุอ่อนกว่าแล้วจะพ้นกรรม


ปุถุชน สติไม่สมบูรณ์ คิดดีบ้าง คิดไม่ดีบ้าง ทำดีบ้าง ทำชั่วบ้าง ทำผิดทำถูกคละเคล้ากันไป ทำถูกบัณฑิตสรรเสริญ ทำผิดบัณฑิตติเตียน เป็นธรรมดา หน้าที่ของปุถุชนก็คือ พยายามแก้ไขปรับปรุง พัฒนาสติ พัฒนาตน ทำผิดน้อยที่สุด คนกลุ่มหนึ่งมองเห็นคน ๆ หนึ่งเป็นเสมือนพระอรหันต์ที่ทำผิดไม่ได้ ต้องดีเสมอไป คาดหวังให้ปุถุชนคนหนึ่งเป็นแบบอย่างแห่งความดีทุกประการ เมื่อไม่เป็นไปอย่างหวัง ก็ละเลยความดีหลาย ๆ อย่างที่คนผู้นั้นมีมา ความไม่พึงพอใจเข้ามาเบียดความเมตตากรุณาให้ถอยห่างออกไป แม่ชีอาจผิด สอนผิด ทำพระศาสนาให้เสื่อมเสีย หรือไม่อย่างไรก็ตาม ก็เป็นกรรม(การกระทำ)ของแม่ชีเอง ก็ไม่พึงทำให้เราละเลยที่จะมองเหรียญอีกด้านหนึ่ง ...ความดีงามที่แม่ชีพึงมี... หลาย ๆ คนทำดีมาตลอดชีวิต แต่เพราะทำผิดครั้งเดียว ก็อาจต้องตกนรกทั้งเป็น ประตูทางออกถูกสังคมปิดตายไปเสียหมด งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาที่ท้องสนามหลวง และพุทธมณฑล งานประชุมพระทั่วประเทศ งานใหญ่ ๆ ด้านศาสนาในเมืองไทย และงานมากมายหลายแห่ง ดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะแม่ชีพาคนไปทำบุญ เลี้ยงพระ ตั้งโรงทาน เลี้ยงคนเรือนหมื่น เรือนแสน แม่ชีทำผิด พึงถูกติเตียน นั่นถูกต้องแล้ว แต่ที่ทำถูก ทำดี ก็พึงถูกสรรเสริญเช่นกัน เอวัง


ชาวโลกเอ๋ย กรรมที่เราเคยทำ มันไม่สามารถลบล้างได้ ที่เราสามรถทำได้คือพยายามปรับป­รุ่งตัวเอง ทำให้ดีขึ้น ทำแต่ความดี ถ้าทุกๆอย่างมีวิธีแก้เคราะห์ แก้เคร็ด แก้กรรม แล้วแบบนี้คนยังจะทำดีอยู่มั้ย? คนก็คงจะพากันทำชั่วเพราะคิดว่า­มันมีวิธีแก้กรรมอยู่แล้ว เลิกงมงายกันเถอะ พยายามทำดีให้มากที่สุด คุณจะได้ไม่ต้องกลัวเรื่องบาปกร­รม เพราะคนเรา ถ้าทำสิ่งที่บริสุทธิ๋ จิตเราก็จะเป็นสุขด้วย ..แต่ที่ทุกคนงมงาย มองหาทางแก้กรรม นั่นก็เพราะจิตของเขามันสกปรกเอ­ง


องค์พระศาสดา ท่านสอนเรื่องการแก้กรรมไว้ชัดเจนดีแล้ว โดยให้ทำวิปัสนากรรมฐาน เพื่อลดกรรมไปเรื่อยๆ จนหลุดพ้นวิธีอื่นนอกจากนี้ พระศาสดาท่านไม่ได้แนะไว้เลย ท่านแม่ชีกำลังทำผิดให้เป็นชอบ ศีล5ท่านก็ไม่บริสุทธิ์แล้ว หยุดเถอะ สอนตัวเองให้มีสติก่อนแล้วมาสอนคนอื่น ลองดูจากเหล่าพระสงฆ์ที่ทุกคนบอกว่า ท่านได้เป็นอริยสงฆ์สำเร็จมรรคผลแล้วไม่มีใครบอกว่าคนโน้นมีกรรมใด คนนี้มีกรรมใด บอกการแก้กรรมแบบทางลัด โดยให้มีแต่รักษาศีล เจริญสติ รักษาสมาธิ ตามหลักวิปัสนากรรมฐาน ทั้งนั้น


อุบาสิกาทศพรคนนี้สอนผิดมานาน ควรให้กลับไปบ้านได้นานแล้วไปวัด พระท่านแทบไม่มีความหมาย เพราะคนที่ไปจะไปแก้แต่กรรม และหัวเราะ สกปรกมานานให้ออกไปเถอะ นี่มิใช่พฤติกรรมของแม่ชี และก็มิใช่ครั้งแรกของทศพร เทวาพิทักษ์


นอกจากแม่ชีแล้ว ยังมีอีกมากมายที่สอนผิด แม้สำนักใหญ่คนศรัทธามากมาย ก็สอนผิดแนว เกจิอาจารย์หลายท่าน เจ้าสำนัก เจ้าพ่อ เจ้าแม่ อีกมาก........ พุทธเมืองไทยเลยเป็นแกงโฮะ ออกกลิ่นแปลก ๆ ถ้าจะเอาผิดเอาถูกกัน เป็นเรื่องใหญ่แน่ ดูเหมือนเรื่องทำนองนี้ จะมีทุกเรื่องทุกวงการ แค่เราเอาศีล 5 มาเอาผิดชาวพุทธ ก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว จะเอาศีลมาจับพระ ก็แทบจะหาพระดียาก ความผิดความถูก ดำรงอยูคู่ขนานกันในสังคมไทย เรารับเรื่องหนึ่ง และเราก็ปฏิเสธบางเรื่อง มีคนเห็นด้วย คนคัดค้าน มีคนศรัทธาเชื่อถือ กับมีคนที่ชี้ว่า งมงาย ธรรมชาติของจิต ก็เป็นธรรมชาติของคนนั่นเอง คือเป็นกุสลา อกุสลา ดีบ้าง ชั่วบ้าง ดีเรื่องหนึ่ง ไปชั่วเรื่องหนึ่ง ถูกเรื่องหนึ่ง ผิดเรื่องหนึ่ง เราเป็นเช่นไร คนอื่นก็เป็นเช่นนั้น คนอื่นเป็นเช่นไร เราก็เป็นเช่นนั้น


แม่ชีทศพร ท่านไม่ได้หมายความว่าให้หญิงสาวคนนั้นไปนอนกับชายหนุ่มจริงๆ หรอกค่ะ ท่านก็บอกทุกครั้งที่ท่านเปิดกรรมว่า กรรมแก้ไม่ได้ ให้ปฏิบัติธรรมภาวนา แต่ท่านให้เห็นว่าเพราะทำกรรมนี้ จึงได้รับวิบากอย่างนี้ ที่วัดท่านก็ให้ปฏิบัติธรรม ท่านยังนำพระเข้ากรรมฐาน อย่างเข้มข้น ที่เขาใหญ่ คนเราเข้าใจไม่เหมือนกัน แม่พลาด แม่ก็ได้ขอโทษแล้ว ผ้าขาวทั้งผืนมีจุดเปื้อนบ้าง เรามองสีขาวดีกว่าใหมค่ะ ไม่ต้องมองจุดที่เปื้อน ให้โอกาสซักสักหน่อย แล้วผ้าขาวก็จะขาวทั้งผืน แล้วเรากลับมามองผ้าขาวของเราเองบ้างดีกว่าว่าเปื้อนบ้างหรือป่าว


(ต่อ) การลงโทษผู้ทำความผิด ทั้งโดยตรงคือโดยกฏหมาย หรือโดยอ้อม คือการประนามจากสังคม เป็นเรื่องที่ต้องกระทำ ไม่กระทำไม่ได้ เพื่อให้สมาชิกของสังคม มีความอายและเกรงกลัวต่อการทำความชั่ว คือมีหิริมีโอตตัปปะ แต่ขณะเดียวกัน ต้องพิจารณาให้ดีว่า เราประณามผู้นั้นด้วยจิตใด ด้วยเมตตาหรือด้วยโกธะ? เพราะเราเองก็เป็นผู้ทำกรรม (ประณาม) และรับผลของกรรมของเราด้วยเหมือนกัน พระพุทธเจ้า ทรงสอนให้เราเห็นโทษของความโลภ โกรธ หลง ที่มีอยู่ในทุกตัวสัตว์ ให้ทำลายความโลภโกรธหลงนั้น มิ่ใช่ให้ทำลายบุคคลผู้มีโลภโกรธหลง (เราเอง ก็เป็นหนึ่งในนั้น)


อย่าเพ่งโทษผู้อื่นเลย รู้กายรู้ใจตัวเราเองดีกว่า หากเห็นข่าวแม่ชีทศพรแล้ว เกิดอกุศลจิต ก็ให้รู้ว่า เกิดอกุศลจิต แล้วก็วาง เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว หรือ หากไปพบข่าวใดๆ แล้วเกิดกุศลจิตขึ้น ก็ให้รู้ว่าเกิดกุศลจิตขึ้น แล้วก็วาง ก็เพียงพอแก่ตนแล้ว การเกิดกุศลจิต หรือ อกุศลจิตนั้น มีค่าเท่ากัน ขอเพียงเรารู้ และ วางเท่านั้น ก็ก่อประโยชน์ เพียงพอแล้ว


ไม่อยากให้ชาวพุทธหลงผิด เข้าใจความหมายของศาสนาไปในทางที่ผิดๆ ทำให้คนอื่นหลงผิดด้วย เท่ากับว่า คำสอนของพุทธองค์ไม่มีความหมาย การเพ่งโทษ ขึ้นอยู่กับสังคม เพราะในสังคมมีความคิดที่หลากหลาย จิตแตกต่าง นานาจิตตัง ถ้าเป็นผู้ทรงศีลสอนผิดก็เป็นเรื่องใหญ่ เพราะทั้งพระและชีล้วนแต่เป็นพุทธบริษัทและเป็นตัวแทนของพระพุทธศาสนา ถ้าเป็นโยมฆราวาสข้างนอกก็ยังพอที่จะรับได้ เพราะไม่มีอะไรเป็นจุดเด่น อยากจะให้ชาวพุทธให้รู้เรื่องศรัทธาความเชื่อ ก่อนจะเชื่ออะไรควรพินิจพิเคราะห์ พระพุทธองค์ก็สอนเรื่องกามลามสูตรแล้วงัยคะ

ตอบกระทู้