เว็บบอร์ด

ไม่ได้เจตนาชน

เปิดอ่าน 1009 ครั้ง

ดิฉันขับรถออกบ้านเพื่อไปชื้อของที่บิ๊กซีประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ ของวันอาทิตย์ไปชนแมววิ่งตัดหน้ารถอย่างแรง จอดรถออกมาดูน่าสงสารมาก แมวนอนดิ้นทุรนทุรายค่อยๆตาย เลือดเต็มไปหมด ถึงเป็นแมวดิฉันก็ใจเสียและตกใจ ปล่อยซากเมวไว้ขับรถออกไปที่บิ๊กซีต่อ แต่ใจของดิฉันคิดอยู่ตลอด ว่าตัวเองทำบาปมาก กลับไปบ้านเล่าให้สามีฟัง สามีดิฉันว่าไม่เป็นไร เพราะเราไม่ได้เจตนาฆ่าเขา เขาวิ่งมาตัดหน้ารถเราเอง แต่ทำไมดิฉันไม่สบายใจ นอนก็ไม่หลับทั้งคืน จนถึงเช้า ขับรถออกไปทำงานเส้นทางเดิม มองหาซากแมวตัวนั้นอยู่ แต่ไม่เจอ(อาจจะมีคนนำไปทิ้ง) ถึงแม้จะ 4 วันผ่านไปดิฉันยังคิดถึงเรื่องนี้ตลอด ภาพแมวที่ถูกรถชนติดตาดิฉันตลอดไม่หายเลย เพื่อนที่ทำงานบอกว่าให้ทำบุญอุทิศไปให้แมว ดิฉันก็ไปชื้ออาหารแมวและชื้อสังฆทานไปถวายพระที่วัด แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นอยู่ดี จะทำอย่างไรดีกับบาปที่มันอยู่ในใจ กับภาพแมวที่ติดตาตลอด อยากจะลืมก็ลืมไม่ได้


อะไรที่อยากลืม มักลืมไม่ลง เพราะเรา "อยาก" ความตั้งใจที่จะลืม กลายเป็นการย้ำคิด ย้ำทำ ทวนไปทวนมาในจิต แทนที่จะลืม มันยิ่งจดจำ ประทับแล้วประทับอีก ตามดูจิตของตน ถ้าจิตคิดเรื่องนี้เมื่อใด สติต้องตัดก่อน อีกวิธีก็คือ หาอะไรให้จิตคิด จะได้ไม่ไปคิดเรื่องนั้น ๆ เช่น ทำงาน ทำโน่นทำนี่ ให้จิตได้แล่นไปในงานนั้น ๆ ถ้าจิตไปคิดถึงเรื่องที่ควรลืม ก็เอาสติไปตัดก่อน อีกครั้ง แค่ไม่คิด ก็ลืมไปเอง ถ้าคิดเมื่อใด จำเมื่อนั้น


หลวงพ่อนั่นเอง ขอบพระคุณคะ ดิฉันจะประพฤติตามหลวงพ่อบอก วันนี้วันมาฆบูชาดิฉันก็ได้ไปทำบุญที่วัดเจ็ดยอดมา ถ้ามีโอกาสดิฉันจะมาทำบุญที่วัดพระแก้วด้วยคะ "ตามดูจิตของตน ถ้าจิตคิดเรื่องนี้เมื่อใด สติต้องตัดก่อน อีกวิธีก็คือ หาอะไรให้จิตคิด จะได้ไม่ไปคิดเรื่องนั้น ๆ เช่น ทำงาน ทำโน่นทำนี่ ให้จิตได้แล่นไปในงานนั้น ๆ ถ้าจิตไปคิดถึงเรื่องที่ควรลืม ก็เอาสติไปตัดก่อน" มีความหมายสำหรับดิฉันมากคะ ขอบพระคุณหลวงพ่ออีกครั้ง


เราเองก็เคยขับรถไปชนสุนัข แต่ไม่ตาย (พิการ) แต่สุนัขคงจะสาปแช่งเรา ทุกวันนี้เราเป็นโรคปวดขามาก กรรมมีจริงๆด้วยหละ

ตอบกระทู้