เว็บบอร์ด

ในย่ามพระมีเครื่องสำอางค์

เปิดอ่าน 4741 ครั้ง

ครอบครัวของดิฉันได้นิมนต์พระมาทำบุญขึ้นบ้านใหม่เมื่อต้นเดือน พ.ย. 9 รูป(ขอสงวนชื่อวัด) เห็นพระรูปหนึ่งกำลังค้นย่ามท่านหาอะไรไม่ทราบในย่าม บังเอิญหนูนั่งใกล้ๆท่านไม่ไดตั้งใจดู แต่ตาที่อยากรู้อยากเห็นของหนูเหลือบไปเห็นในย่ามพระคุณท่านมีตลับแป้ง ลิปติค และครีมทาผิวยี่ห้อแบรนด์เนม ไม่ทราบว่าพระคุณท่านมีไว้ทำไมคะ และพระคุณท่านใช้เครื่องสำอางได้ด้วยหรือเจ้าคะ


.....ตอนผมบวช..หน้าหนาวอย่างนี้ ผมก็พกครีมถนอมผิวนะครับ และลิปมันด้วย นะครับ เพราะอากาศมันแห้งนะครับ..พระก็คนนะครับ...ไม่งั้นผิวแตกปากแตก...ทรมานครับ...ถามว่าผิดไหม ก็ผิดครับ เป็นอาบัติเล็กน้อยครับ..ไม่ลองมองไปดูกับ พระที่เสพยาหรือกินเหล้า และแอบหนีเที่ยวหละครับ...อันไหน...เล็วร้ายกว่ากัน...ความเห็นส่วนตัวนะครับ.....


วิภัชชวาที ต้องแยกประเด็นเป็นกรณี ๆ ไป พระทำผิดในข้อนี้ก็มาก ที่ใช้เพราะเหตุผลบางประการ ก็มี ประการต่อมา ไม่อาจปฏิเสธว่า มีหลายท่านสับสนในเพศภาวะของตน


เป็นเรื่องจริงเลยเจ้าคะ ที่วัดของดิฉัน มีพระทาแป้งพับด้วย แล้วมีพระกะเทยที่วัดหลายรูป ทำตัวตุ้งติ้ง กรี๊ดกร๊าด วี๊ดว๊าด รีดผ้าจีวรด้วยคะ ปากแดง กันคิ้วด้วยอ่ะ มีด้วยจริงๆคะ ดิฉันเป็นผู้หญิง ดูยังงัยก้อ ดูออกว่าพระตบแต่งใบหน้า ไม่รู้ว่าเจ้าอาวาสเป็นด้วยหรือป่าว ทำไมไม่ดูแลเรื่องนี้ คุณแม่ดิฉัน ก้อไปทำบุญ บริจาคอะไรมากมายกับวัดนี้ ดิฉันก้อไม่รู้ว่าจะได้บุญหรือป่าว ในวัดนี้ ดูเหมือนจะเป็นทั้งวัด ดิฉันเคยเถียงและทะเลาะกับแม่บ่อยๆ เรื่องการทำบุญกับวัดนี้ แต่แม่แก่แล้วไม่ค่อยจะเชื่อดิฉัน แล้วดิฉันจะทำงัยดีคะ


คนข้างบนอย่าพูดแรงดิ เด๋วนี้เพศที่สามเป็นใหญ่กันเยอะน๊ะก๊ะ


พระนักเทศน์ชื่อดัง เป็นงี้เยอะ


ก็แค่ครีมทาผิว แป้งผลัดหน้า น้ำหอมแบรนด์ดัง แหม... คิดมากจัง! พระก็คน...เหมือนกัน..ลูกหลานชาวบ้านมาบวช...จะให้เหมือนกันหมดเป็นไปไม่ได้หรอก..ขนาดดอกไม่ยังมีหลากหลายสี หลายกลิ่น..พระก็หลากหลายนิสัย..ต่างคนก็ต่างจิตต่างใจ..ในสมัยพุทธกาลยังมีเลย...ความแตกต่างระหว่างสงฆ์...สมัยนี้มีแบบนี้...ก็คิดเสียว่าเพิ่มสีสันให้แก่ศาสนาก็แล้วกัน...อย่าคิดอะไรให้มาก..ขนาดเรามีลูกหลายคน...ลูกของเรานิสัยยังไม่เหมือนกันเลย...คนที่มาบวชก็เป็นยังเป็นปุถุชน..จะให้นิ่ง..เฉย ไม่ทำอะไรเลย...ก็ขาดสีสันนะคะ..ขนาดดิฉันเป็นครูสอนในโรงเรียน...ครูในโรงเรียนดิฉันยังแบ่งเป็นพรรคพวก..ใครดีใครได้..ใครประจบเจ้านายคนนั้นก็จะได้อาจารย์3 อย่าว่าแต่วงการสงฆ์เลยคะ..ทุกวงการ ทุกสังคม ทุกหน่วยงาน มีทั้งคนดี..และคนไม่ดี ดังนั้น..วงการสงฆ์เป็นแค่วงการเล็กๆ หรือหน่วยงานเศษเสี้ยวหนึ่งของประเทศเท่านั้น อย่าไปตำหนิท่านเลยคะ


เคยถวายสีผึ้งทาปากแบบเป็นตลับให้พระ เพราะเห็นว่าเป็นหน้าหนาว ปากท่านแห้งแตกค่ะ ไม่คิดว่าเป็นบาปนะ ถือว่าสีผึ้งเป็นยาค่ะ


ถวายยา หรือโอสถแด่พระสงฆ์คงไม่ผิดหรอกครับ สีผึ้งหรือวาสลินเป็นยาทาแก้ปากแห้งหรือปากเป็นขุย เป็นการรักษาพระอาพาธ ไม่ได้ทาเพราะความสวยงาม แต่ถ้าออกสีแดง หรือพระสงฆ์มีเจตนาที่จะทาเพื่อความสวยความงามก็ผิดครับ ผมสมัยเป็นพระสงฆ์ก็เคยทาลิปมันก่อนนอน และทาแป้งเย็นหน้าร้อนก่อนนอน ผมเจตนาทาเพื่อบรรเทาหรือรักษา ไม่ได้ทาเพราะอวดหรือโชว์ให้ใครๆรู้


ดีใจจังค่ะที่ได้รู้ว่ามีพระทาแป้งเย็นตอนหน้าร้อนด้วย ป้าป้าเคยไปถือศีลแปดค่ะ แต่พออาบน้ำแล้วก็ทาแปงฝุ่นตามตัว เพราะมันร้อนน่ะค่ะ เหงื่อออกและเป็นผดด้วย นึกมาตลอดว่าถือศีลแปดไม่ครบ ตอนนี้ก็รอดตัวแล้วเรา


แต่ดิฉันเห็นพระสมัยนี้ทาแป้งขาวเนียนเหมือนนางงามเลยอะ ท่านคงไม่ได้ทาเพราะแก้หิด แก้คัน ทาเพื่อความสวยงามของท่าน มากกว่า ลิปติค หน้าร้อนปากไม่เป็นขุย ท่านก็ยังทาเลยอะ


บอกได้เลย เป็นพระเพศที่สาม


แล้วพระจัดขบวนแห่ ฟ้อนรำ จัดฉากงานต่างๆ ผิดไหมคะ เพราะพระวัดดิฉันทำเรื่องนี้คะ ถามหน่อย และตอบด้วยเจ้าคะ


ตอบยากจัง บางเรื่องเป็นความไม่งาม แม้ไม่ผิดชัดเจน บางเรื่องก็เป็นความจำเป็น เพราะคนอื่นทำได้ไม่เท่าท่าน หรือเขาเรียกค่าใช้จ่ายแพงเกิน ท่านที่มีความรู้เรื่องนี้ ก็อาสาเข้ามาทำ เป็นผู้จัดการต่าง ๆ ให้งานดำเนินไปได้ ก็คงคล้าย ๆ กับกรณีพระเป็นหมอยา เป็นหมอดู ก็เครือ ๆ กัน ก็ต้องวิภัชชวาที เป็นกรณี ๆ ไป ว่า จิตที่กระทำสิ่งนั้น ๆ เป็นฝ่ายกุศลหรืออกุศล อันนี้เป็นหลักการเลย คือต้องดูเจตนาแต่ละกรณี ๆ ไป


จริงๆด้วย มีงานหนึ่งแห่ต้อนรับพระผู้ใหญ่วันนั้น พอดีขบวนผ่านหน้าร้านของดิฉัน ดิฉันเห็นพระเป็นเจ้ากี้เจ้าการกับขบวนแห่ ชี้ไม้ชี้มือกับนางรำ และขบวนแห่ เห็นแล้วขนลุกจังคะ พระทำได้หรือคะ


คิดเสียว่าทำเพื่อสังคมละกานอย่าไปคิดในแง่ลบเลย ถ้าไม่ทำก็ไม่มีใครทำ เฮ้ยลำบากจัยจังเนาะ (คนที่ช่างสังเกตุก็ใช่ย่อยนะ อิอิ ความสามารถพิเศษ )


เคยไปงานศพพระผู้ใหญ่รูปหนึ่ง มีดอกไม้ประดับประดาระโยงระยางสวยงามมาก สอบถามดูได้ความว่ากลุ่มพระวัดหนึ่งมาจัดให้ เขาบอกว่าหากจ้างร้านดอกไม้มาจัดก็จะคิดแพงมาก ทางวัดไม่สามารถจ่ายได้ วัดต่างๆที่มีพระเก่งทางจัดดอกไม้เลยมาทำให้ อย่างนี้น่าจะเป็นกุศลนะ


ทางเชียงใหม่เขาใช้พระจัดหมดยะ ไม่ว่างานแต่ง งานศพ งานสงฆ์ งานพิธีสืบชะตาต่างๆ ปลุกเสก ใช้สงฆ์หมดยะ แม้แต่งานแห่บุปผาชาติสวยงามได้ก็มีสงฆ์อยู่เบื้องหลังยะ


โอ...มายก๊อด หมายความว่าพระสงฆ์เป็นออร์แกนไนเซอร์ไปเสียทุกเรื่อง พึ่งรู้นะเนี่ย


ก้อช่ายนิสิจ๊ะ พระสงฆ์เป็นผู้จัดทุกอย่าง ดอกไม้ งานราษฎร์ งานหลวง งานประดับประดาตบแต่ง ฉลองสัญญบัตรพัดยศ งานแต่ง งานศพ แล้วถ้าไม่มีพวกเดี๊ยน..จัด แล้วคัยจะมาจัดคุณขา...พ่อคูณทูลหัว ถ้าไม่มีเพศอย่างเรา ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะเลอ...เลิ๊ดได้งัยค๊า


อยากถามว่า เกิดเป็นเพศที่สาม ผิดด้วยหรือ


ไม่ผิดหรอกดีแล้วที่ไม่เกิดมาเป็นชายจริง หญิงแท้ เป็นกะเทยนี้ดีแล้วไม่เสียชาติเกิด


คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกจะเป็นคนดีได้


ผมเป็นพระบวชใหม่ผมใช้ครีมของหมอจุฬาอยู่จะผิดไหมคัพ(ปรกติผมจะแพ้อะไรง่ายมากเวลายุงกัดหรือแพ้ฝุนหรืออากาศจะเกิดรอยจำ้ดำๆเกิดขึ้นจึงทาครีมบริเวณหน้าหรือตามแขนตามคอเพื่อให้รอยดำๆจางลงและให้ผิวหน้าเรียบเสมอกันจะบาปไหมคัพ)


ทุกอย่างอยู่ที่เจตนา หากพระรูปนั้นมีเจตาที่ดีเช่น ใช้ครีมเพราะเป็นการรักษาโรค อาจจะโรคผิวหนัง หรือ ผิวแตกแห้ง เพื่อบรรเทาอาการเล่านั้น ทาลิปเพื่อเป็นการรักษาริมฝีปากไม่ให้แห้ง แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นการทำผิดเพราะเจตนาไม่ได้จงใจไปในทาง เพื่อความสวยงามหรือทำให้ตนดูดี แต่ได้ใช้ครีม ลิป เพื่อว่ากว่าผิวดำ กลัวไม่ขาว กลัวหน้าไม่ใส กลัวสิวขึ้น กลัวตนศึกไปจะต้องมาดูแลผิวพรรณใหม่ เพื่อที่เวลาเดินไปบิตบารหรือไปไหนมาผู้คนจะได้เห็นว่าพระรูปนี่ขาวเนียน ใส ดูดีมีราศี ผิวพรรณผุดผ่อง จังเลย อะไรประมาณนี้ แบบนี้ถือว่าผืดครับ


พระทุศีล พระ เณรเป็นกะเทยต้องจับสึกให้หมดจากพระศาสนา พวกนี้อยู่เป็นเสี้ยนหนามสังคม


อย่างที่คนเขาว่าไว้ เกิดเป็นอะไรไม่สำคัญเท่าเกิดเป็นคนดี หากเพศที่สาม เขาตั้งใจจิตเป็นกุศลในพระศาสนาก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่รึ จะสนใจทำไมที่รสนิยม สนใจที่จิตใจกับการกระทำดีกว่า

ตอบกระทู้