เว็บบอร์ด

บุญ กับ กุศล แตกต่างกันอย่างไร?

เปิดอ่าน 950 ครั้ง

ดิฉันอยากทราบความแตกต่างระหว่างคำว่า "บุญ" กับ คำว่า "กุศล" สับสนสองคำนี้จริงๆคะ ช่วยชี้แถลงไขให้หน่อยนะคะพระอาจารย์


ส่วนคำว่า "บุญกับกุศล" นั้น มีความหมายกว้างแคบ สูงต่ำกว่ากัน บุญมีความหมายแคบและต่ำกว่ากุศล กุศลมีความหมายสูงและกว้างกว่าบุญ บุญเป็นฝ่ายโลกียะอย่างเดียว เป็นฝ่ายวัฏฏคามี (วนเวียนอยู่ในวัฏฏะ) ส่วนกุศลเป็นโลกียะก็มี เป็นโลกุตระก็มี โลกุตรบุญนั้นไม่มี กุศลฝ่ายโลกียะนั้นเท่ากับบุญได้ บุญเป็นซีกหนึ่งของกุศลคือซีกโลกียะ ตามปกติการให้ทาน รักษาศีล แม้จะให้ทานมากเพียงไร รักษาศีลมากและนานเพียงไร บริสุทธิ์เพียงไรก็ยังอำนวยผลให้เพียงแค่สวรรค์ ๖ ชั้น และมนุษยภูมิเท่านั้น ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ยังเป็นอุปธิเวปักกา (ให้ผลเป็นขันธ์อยู่ เมื่อยังมีขันธ์ก็ยังมีทุกข์) อุปธิ แปลว่า กิเลสก็ได้ ฉะนั้น อุปธิเวปักกา จึงแปลว่ามีผลเป็นกิเลสก็ได้ด้วย เช่นว่าให้ทานรักษาศีลด้วยมุ่งหมายว่าจะได้ไปเกิดเป็นเทพพวกใดพวกหนึ่ง เพื่อได้เสวยกามารมณ์ให้สมอยากโดยไม่ยาก ขณะที่ตั้งความปรารถนานั้นก็เป็นกิเลสตัวโลภะหรือราคะแล้ว เมื่อไปเกิดเป็นเทพสมความต้องการก็เพลิดเพลินในกามคุณอันเป็นทิพย์ กิเลสยิ่งเป็นตัวเหตุของทุกข์ใหญ่ นี่คืออานิสงส์ของฝ่ายบุญ คราวนี้มาพูดถึงฝ่ายกุศลบ้าง กุศลนั้น แปลว่า "ฉลาด" หรือตัดกิเลสเหมือนหญ้าคา (กุส แปลว่าหญ้าคา, ล แปลว่า ตัด รวมความว่า กุศล ก็แปลว่า ตัดกิเลสอันเหมือนหญ้าคา) เพราะทำให้ตายได้ยาก ต้องถอนโคนกันจริง ๆ เราจะพบในพระบาลีบ่อย ๆ ว่า "ถอนตัณหาพร้อมทั้งรากได้แล้ว (สมูลํ ตณฺหํ อพฺพุยฺห) เป็นผู้หมดอยาก ดับสนิท (นิจฺฉาโต ปรินิพฺพุโต) การเจริญวิปัสสนาเพื่อเห็นไตรลักษณ์แล้วละโลภะ โทสะ โมหะ เสียได้ นั่นแหละเป็นมหากุศล อนึ่ง การให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา หรือทำความดีใด ๆ ก็ตามแล้วมุ่งเอาความสิ้นอาสวะ มุ่งพระนิพพาน มุ่งกำจัดกิเลส ต้องการผลเหมือนกัน แต่ผลที่ต้องการนั้นคือความดับทุกข์โดยสิ้นเชิง ไม่ต้องการเวียนว่ายตายเกิด มุ่งความสิ้นภพ สิ้นชาติ การทำความดีนั้นก็เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่พระนิพพานได้ บุญกับกุศลมีความต่างกันบ้างเหมือนกันบ้างดังกล่าวมานี้ ในส่วนที่เป็นบุญท่านถือว่าเป็นเครื่องข้องอยู่ เพราะยังอำนวยผลเป็นขันธ์และเป็นกิเลส แม้จะเป็นฝ่ายดีก็ตาม ท่านจึงสอนให้ละเสีย ดังพระพุทธพจน์ที่ว่า "โยธ ปุญญญฺจ ปาปญฺจ อุโภ สงฺคํ อุปจฺจคา อโสกํ วิรชํ สุทฺธํ ตมฺหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ" ผู้ใดในโลกนี้ละเครื่องข้องทั้ง ๒ คือบุญและบาปได้แล้ว เรา (ตถาคต) เรียกผู้นั้น ผู้ไม่เศร้าโศก ปราศจากธุลี (คือกิเลส) บริสุทธิ์แล้วว่า เป็นผู้ประเสริฐ"

ตอบกระทู้