:: เธงเธฑเธ”เธžเธฃเธฐเนเธเน‰เธง เธญ.เน€เธกเธทเธญเธ‡ เธˆ.เน€เธŠเธตเธขเธ‡เธฃเธฒเธข ::
วัดโพธิ์ Wat Pho |
 
 
พระธรรมราชานุวัตร;นโยบาย "เข้าวัดโดยไม่เสียสตางค์"และ"ชมรมสวดมนต์วันเสาร์"โดย.... สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์...



พระธรรมราชานุวัตร;นโยบาย "เข้าวัดโดยไม่เสียสตางค์"และ"ชมรมสวดมนต์วันเสาร์"
โดย.... สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์...

พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค๖จังหวัดเชียงราย และเป็นเจ้าอาวาสวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงรายได้วางนโยบายในการบริหารวัดพระแก้วไว้ว่าพระและเณรต้องอยู่ร่วมกัน แบ่งตามภูมิชั้นแบ่งตามชั้น เน้นการกระจายอำนาจ กระจายงาน กระจายโอกาสตามความถนัด ตามความชัดเจน โดยต้องอาศัย ภิกษุ สามเณร เป็นองค์ประกอบ เพื่อ การพัฒนาคน พัฒนางาน ให้โอกาส ร่วมกันรับผิดชอบ ทุกๆส่วนงานให้ดำเนินไปทิศทางเดียวกันในการกระจายงานในด้านการปกครอง ด้านการศึกษา ด้านการเผยแผ่ และ ด้านสาธารณูปการที่ยึดหลักการไหว้พระสวดมนต์ ทั้งนี้เพื่อกระจายงานได้มอบหมายให้แต่ละส่วนไปผิดชอบบริหารกันเองซึ่งในส่วนงานการเผยแผ่นั้นหลวงพ่อได้มอบหมายให้พระครูสุธีสุตสุนทร (ดร.)ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฝ่ายเผยแผ่เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานโดยวางนโยบายให้เน้นเรื่องการให้ประชาชนมีส่วนรวมเพราะส่วนใหญ่ญาติโยมเข้าวัดได้แต่เป็นผู้ฟังพระเท่านั้นทำอย่างไรพุทธศาสนิกชนจะเป็นผู้ปฎิบัติโดยมีวัดเป็นแกนกลางเชื่อมระหว่าง พระธรรมคำสอน พระสงฆ์ และประชาชนในการช่วยการสืบทอดพุทธศาสนาเพราะ ในพระไตรปิกฎวัดยังกล่าวไว้ว่า วัดเป็นเหมือนขุมทรัพย์ ขุมทรัพย์อยู่ที่สมอง เราต้องฉลาดในการเปิดขุมทรัพย์ และทำอย่างไร ให้ได้งาน ได้คน และได้บารมีไปพร้อมกัน ทำอย่างไรให้ วัดเป็นจุดศูนย์กลางเรียนรู้ทางศาสนา ในด้านการสืบทอดพระพุทธศาสนานั้นหลวงพ่อ ได้จัดโครงการ "เข้าวัดโดยไม่เสียสตางค์" นำร่องที่วัดพระแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย ทุกวันเสาร์เวลา 18.00-20.00 น. โดยให้พระภิกษุสงฆ์ ๑-๒รูปเป็นผุ้นำอธิบายการปฏิบัติธรรมและรักษาศีล มีการถือศีลภาวนา มีบุคลทั่วไปเข้าร่วมเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับครอบครัว เพื่อสร้างความอบอุ่นและขัดเกลาจิตใจไปพร้อมๆ กัน สิ่งสำคัญไม่มีการเก็บเงินหรือรับบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น เพราะการถือศีลและภาวนาไม่ต้องใช้ทรัพย์และไม่ยุ่งยากเหมือนการทำทานแต่ก็เป็นหนึ่งในการทำบุญเหมือนกันและยังเป็นการทำบุญขั้นสูงกว่า เพราะในปัจจุบันผู้คนเข้าใจผิดเรื่องการทำบุญหรือบุญกิริยาวัตถุ ในการทำบุญนั้นต้องประกอบด้วยการให้ทาน รักษาศีลและภาวนาด้วย ประชาชนส่วนใหญ่มักเน้นทำบุญด้วยการให้ทานเพียงอย่างเดียวแต่ขาดการรักษาศีลและภาวนาดังนั้นจึงให้นโยบายกับวัดต่างๆ ทั่วภาค 6 คือ ทั้ง เชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่และน่าน ให้หยุดโครงการที่ไม่จำเป็นหันมาให้ชาวพุทธถือศีลและภาวนาเนื่องจากชาวพุทธเป็นผู้มีน้ำใจมีความอ่อนไหวต่อการทำทานจึงทำให้มีคนบางประเภทอาศัยเงื่อนไขนี้แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวด้วยการสร้างวัตถุใหญ่โตเกินตัวทั้งที่ในสถานการณ์ปัจจุบันมีพระภิกษุและสามเณรจำวัดน้อย จนพระสงฆ์ไม่สามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้เพราะไปเสียเวลาไปกับการดูแลสิ่งเหล่านี้เพื่อที่ให้พระสงฆ์ห่างจากวัตถุและมีเวลาเผยแผ่ศาสนาจึงได้มีการหารือในคณะสงฆ์เห็นว่าใน อนาคตควรจะให้ภาครัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดำเนินการ โดยกำหนดให้มีศูนย์กลางพระสงฆ์ตำบลละ 1 วัด ทำการบูรณะวัดต่างๆ ตามความเป็นจริงในการใช้งาน ส่วนพระสงฆ์ก็รวมกันอยู่เป็นหมู่คณะเหมาะกับวัตรปฏิบัติมากกว่าโดยให้พระสงฆ์กระจายไปวัดละ 1-2 รูปเพื่อทำกิจกรรมนำร่องเข้าวัดโดยไม่เสียสตางค์ดังกล่วให้ทั่วทุกวัดในเขตปกครอง คิดว่าการวางนโยบายแบบนี้จะทำให้พระพุทธศาสนาเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็ง และประเทศชาติเข้มแข็งต่อไป ดังนั้นโครงการ "เข้าวัดโดยไม่เสียเงิน" ปัจจุบันคือชมรมสวดมนต์วันเสาร์ที่หลวงพ่อมอบหมายให้พระครูสุธีสุตสุนทร(ดร.)ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฝ่ายเผยแผ่เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบมาจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลายาวนานถึง๑oปีในการดำเนินการจัด กิจกรรมต่างๆโดยยึดหลักการไหว้พระสวดมนต์ปฎิบัติธรรม เดินจงกรม นั่งสมาธิ และแผ่เมตตา ส่วนในเรื่องของการสวดมนต์ต่างๆให้ใช้ภาษาบาลีจะได้สวดไปทิศทางเดียวกัน เป็นแนวทางปฎิบัติ ไม่ใช่ที่หนึ่งก็สวดอย่างหนึ่ง เพราะภาษาทางศาสนาคือเอกลักษณ์ และที่สวดภาษาบาลีเพื่อทำให้ เกิดสมาธิ การสวดมนต์ปฎิบัติธรรม เพื่อ ให้มีศีล สมาธิ เมื่อเรามีสมาธิแล้วจะเรียนรู้ธรรม ด้วยปัญญา ในเรื่องของศีลนั้นถ้าเปรียบศีลกับกลิ่นหอมของดอกไม้แล้ว ดอกไม้จะมีกลิ่นหอมตามลม แต่ศีลมีกลิ่นหอมทวนลมเหมือนคนมีความรู้จะไม่ทำบาป เป็นคนเข้มแข็งและมีภูมิต้านทานกับเรื่องความชั่ว อบายมุข เมื่อคนเข้มแข็ง ครอบครัว เข้มแข็ง ชุมชนและสังคมย่อมเข้มแข็งตามไปด้วย ศีลเมื่อรักษาไว้ได้ย่อมทำให้คนไม่วุ่นวาย กระทำแต่สิ่งดี ประเทศชาติย่อมสงบสุข
กิจกรรมที่สืบเนื่องมาจากโครงการ "เข้าวัดโดยไม่เสียสตางค์"ตามนโยบายของพระธรรมราชานุวัตรเจ้าคณะภาค๖ เจ้าอาวาสวัดพระแก้วจังหวัดเชียงราย ที่มอบหมายให้ให้พระครูสุธีสุตสุนทร (ดร.)ดำเนินงานจัดกิจกรรมนี่เอง จึงมีการสวดมนต์วันเสาร์ขึ้นมา พอได้ระยะเวลาหนึ่งเริ่มมีประชาชนมาสวดมนต์กันมากขึ้นโดยมาเป็นลักษณะครอบครัว ญาติ เพื่อนในลักษณะชักชวนกันมาผู้มาสวดมนต์ปฎิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้นทุกปีจึงเกิดมีการจัดตั้งเป็นกลุ่ม เป็นชมรมสวดมนต์วันเสาร์ขึ้นมาโดยมีการชักชวนกันทำกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน และ สังคม ทั้งนี้เพื่ออนุรักษ์และสืบทอดพระศาสนาเพื่อให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้เห็นคุณค่าและช่วยรักษาวัฒนธรรมประเพณี กิจกรรมด้านพุทธศาสนาสืบต่อไป

 โดย   กระต่ายใต้เงาจันทร์(สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์   e-mail:: kataynoi21@hotmail.com   IP::   วันที่ 9 ส.ค. 2557 ( อ่าน 1333 ครั้ง)
 



ความคิดเห็นที่ [1]

ภาพกิจกรรม


โดย กระต่ายใต้เงาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 9 ส.ค. 2557

ความคิดเห็นที่ [2]

ภาพกิจกรรม


โดย กระต่ายใต้เงาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 9 ส.ค. 2557

ความคิดเห็นที่ [3]

ภาพกิจกรรม


โดย กระต่ายใต้เงาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 9 ส.ค. 2557


ตั้งกระทู้ใหม / อ่านกระทู้ทั้งหมด
ข้อความ
รูปภาพ
ชื่อ**
อีเมล์
รหัสกันสแปม
   
 

 

 
 
 
:: วัดพระแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย ::
วัดพระแก้ว
เลขที่ 19 หมู่ 1 ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000
โทร. 053-711385, 053-751875
ผู้เช้าชมเว็บ 190433 ครั้ง :: กำลังออนไลน์ 37 คน
Copyright © 2016 www.watphrakaew-chiangrai.com. All Rights Reserved. :: Design by Chiangrai Enter Soft::