:: เธงเธฑเธ”เธžเธฃเธฐเนเธเน‰เธง เธญ.เน€เธกเธทเธญเธ‡ เธˆ.เน€เธŠเธตเธขเธ‡เธฃเธฒเธข ::
วัดโพธิ์ Wat Pho |
 
 
ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาในวันงานแห่งความยินดีของนิสิตมจร.ห้องเรียนวัดพระแก้ว



ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาในวันงานแห่งความยินดีของนิสิตมจร.ห้องเรียนวัดพระแก้ว
ในการจัดตั้งสถาบันการศึกษาไม่ว่าประเภทใด พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค๖จังหวัดเชียงราย ได้กล่าวไว้ว่า ทั้งทางโลกและทางธรรมจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งคือ มีผู้ประสาธน์การ ผู้สถาปนาหรือผู้ก่อตั้ง มีผู้สอนคือผู้ประสิทธิ์ประสาธน์ความรู้ และ ผู้ศึกษา ซึ่งเราเรียกว่า สักขีพยานแห่งความสำเร็จ กลุ่มนี้จึงสำคัญเพราะเมื่อมีที่เรียน มีผู้สอน แต่ไม่มีผู้มาศึกษาเล่าเรียน การศึกษาคงเกิดขึ้นไม่ได้ จึงต้องมีองค์ประกอบทั้งสามครบ ถึงจะสมบูรณ์
พระธรรมราชานุวัตร ยังได้กล่าวอีกว่า จุดแข็งของเมืองเชียงราย คือ พ่อขุนเม็งรายผู้สร้างเมือง เชียงราย พระธาตุดอยตุง และสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวณฺณโชโตมหาเถระ) ด้วยเวลาที่จำกัดในวันงาน หลวงพ่อวัดพระแก้วได้กล่าวไว้เป็นประเด็นที่น่าสนใจและด้วยบุคลิกที่โดดเด่นและความจำที่เป็นเลิศทางประวัติศาสตร์กระต่ายเองจะชอบฟังหลวงพ่อบรรยายมากเพราะสนุก เพลิดเพลินทั้งได้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์โดยที่เราไม่ต้องไปหาหนังสือมาอ่าน กระนั้นก็ตาม ถ้าเวลาไม่พอ สิ่งที่หลวงพ่อพูด จะเป็นปริศนาให้กระต่ายขบคิดและต้องไปแสดงหาคำตอบ ค้นคว้าหาคำตอบให้ตัวเองเสมอ นั่นถือว่า เป็นความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ของพระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาต๖ จังหวัดเชียงรายที่มีกลวิธีถ่ายทอดความรู้ที่แยบยลจนทำให้กระต่ายต้องรู้สึกอยากนำเขียนเรื่องราวทุกครั้งไป
จึงขอนำเสนอข้อมูลที่ค้นคว้าหามาได้ในเวปไซด์ต่างๆเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ผ่านมาอ่านตามลำดับที่หลวงพ่อวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงรายได้กล่าวถึงคือ

ประวัติพ่อขุนเม็งรายมหาราช กษัตริย์ผู้สร้างเมืองเชียงราย
พ่อขุนเม็งราย เป็นราชโอรสของพระเจ้าลาวเมงแห่งราชวงศ์ ลั๊วจังกราชผู้ครองหิรัญนครเงินยาง กับพระนางอั้วมิ่งจอมเมืองหรือพระนางเทพคำขยาย ราชธิดาของท้าวรุ่งแก่นชายเจ้าเมืองเชียงรุ้ง พระองค์ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือนอ้าย ปีกุนเอกศกจุลศักราช 601 ตรงกับพุทธศักราช 1781
ในปี พ.ศ. 1805 ขณะยกทัพไปถึงเมืองลาวกู่เต้าและประทับอยู่ที่นั่น เผอิญช้างทรงของพระองค์ซึ่งทอดไว้ที่ป่าหัวดอยทางทิศตะวันออก หลุดพลัดไป พระองค์จึงเสด็จตามรอยช้างไปจนถึงดอยจอมทอง ริมฝั่งแม่น้ำกก ทอดพระเนตรเห็นภูมิประเทศเป็นชัยภูมิที่ดี จึงได้โปรดให้สร้างพระนครขึ้น โดยก่อกำแพงโอบรอบ เอาดอยจอมทองไว้ภายในขนานนามว่า เมืองเชียงราย แล้วให้ย้ายราชธานีจากเมืองหิรัญนครเงินยาง มาตั้งอยู่ที่เชียงรายนับแต่นั้นมา
พ่อขุนเม็งรายสวรรคตขณะเสด็จประพาสกลางเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 1860 รวมพระชนม์มายุได้ 80 พรรษา พญาไชยสงครามพระราชโอรสได้ถวายพระเพลิงพระศพพญามังรายมหาราช และอัญเชิญพระอัฐิของพญามังรายมาประดิษฐาน ณ วัดงำเมือง ซึ่งได้บรรจุพระอัฐิของพญามังรายไว้ในสถูป (กู่) เรียกว่า กู่พญามังรายมหาราช
ด้วยพระราชกรณียกิจที่ทรงประกอบนานัปการ ด้วยพระอัจฉริยะและด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่ออาณาประชาราษฎรตลอดพระชนม์ชีพ จึงได้รับเทิดพระนามให้ทรงเป็นมหาราชอีกพระองค์หนึ่งที่คนทั่วไปรู้นักในพระนามพ่อขุนเม็งรายมหาราช มหาราชแห่งแคว้นลานนา…ผู้สร้างเมืองเชียงราย
อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราชตั้งอยู่บริเวณถนนห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราช
(แหล่งข้อมูลจาก http://www.chiangraifocus.com/guidebook/chiangrai/kingmengrai.php)
วัดพระมหาชินธาตุเจ้า (ดอยตุง)[1] หรือเรียกโดยทั่วไปว่า วัดพระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่บริเวณส่วนที่เรียกว่าหน้าอกของดอยนางนอน ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขา ซึ่งดอยตุงมีระยะทางห่างจากอำเภอเมืองเชียงรายประมาณ 46 กม. และมีพระธาตุดอยตุงประดิษฐานอยู่บนยอดดอย สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลเนื่องจากพระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณสองพันเมตร
ประวัติพระธาตุดอยตุง
วัดพระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่ที่ ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พระธาตุประจำปีเกิด ปีกุน
ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุดอยตุงสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช กษัตริย์ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์(ปัจจุบันคืออำเภอแม่จัน) พระมหากัสสปะได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุlส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย(กระดูกไหปลาร้า) แล้วมอบให้แก่ พระเจ้าอชุตราช ได้สร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้นไว้บนดอยแห่งนี้ ดังที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ แล้วจึงได้ให้ทำตุง (ธง) มีความยาว 1,000 วาปักบนยอดเขาหากตุงปลิวไปถึงที่ใดก็กำหนดให้เป็นฐานของพระเจดีย์ ทั้งนี้พระองค์ได้พระราชทานทองคำให้พวกลาวจกเป็นค่าที่ดิน และให้พวกมิลักขุ 500 ครอบครัวดูแลรักษาพระธาตุ ต่อมาในสมัยพญามังรายแห่งราชวงศ์มังราย พระมหาวชิรโพธิเถระได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย 50 องค์ พญามังรายจึงให้สร้างพระเจดีย์อีกองค์ใกล้กับเจดีย์องค์เดิม นับจากนั้นเป็นต้นมาพระธาตุดอยตุงจึงได้มีเจดีย์สององค์มาจนถึงทุกวันนี้
รูปแบบสถาปัตยกรรม
พระธาตุดอยตุงแต่เดิมมีองค์เดียว รูปแบบการก่อสร้างก่อเป็นศิลปะเชียงแสนย่อมุมไม้สิบสองคล้ายกับพระธาตุดอยสุเทพ เมืองเชียงรายสมัยก่อนเป็นเมืองร้างอยู่หลายครา พระธาตุดอยตุงจึงขาดการบูรณะปฏิสังขรณ์ ตัวพระธาตุทรุดโทรมและพังทลายลง นับตั้งแต่พญามังรายได้สร้างเจดีย์อีกองค์ใกล้กัน อีกองค์หนึ่งจึงทำให้พระธาตุดอยตุงมีสององค์ ปัจจุบันพระธาตุเป็นสีทองขนาดเล็กสององค์ สูงประมาณ 5 เมตร บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม มีซุ้มจระนำสี่ทิศ องค์ระฆังและปลียอดมีขนาดเล็ก พระธาตุดอยตุง อยู่บนดอยสูงแวดล้อมด้วยป่ารกครึ้ม เรียกว่า สวนเทพารักษ์ เชื่อกันว่า เป็นที่สถิตของเทพารักษ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2470 องค์พระธาตุทรุดโทรมมาก ครูบาเจ้าศรีวิชัย กับประชาชนชาวเมืองเชียงรายได้บูรณะขึ้นใหม่ โดยสร้างเป็นเจดีย์องค์ระฆังขนาดเล็กสององค์บนฐานแปดเหลี่ยม ตามศิลปะแบบล้านนา การบูรณะครั้งหลังสุด มีขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 โดยกระทรวงมหาดไทย ได้สร้างพระธาตุองค์ใหม่ขึ้นครอบพระเจดีย์เดิมไว้
ความหมายของตุง
ตุง นับเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของชาวล้านนา หมายถึง ความเจริญรุ่งรุ่ง การมีชัยชนะ ในวัดจะมี รอยปักตุง เป็นรอยแยกบนพื้น ยาวประมาณ 1 ฟุต อยู่ด้านหน้าพระธาตุ เชื่อกันว่า เป็นรอยแยกที่ใช้ปักฐานตุงบูชาพระธาตุ สร้างมาประมาณ 1,000 ปีแล้ว พระบรมธาตุดอยตุงเป็นที่เคารพสักการะของชาวล้านนา ทุกปีจะมีงานนมัสการพระบรมธาตุในวันเพ็ญเดือน 3
รื้อพระธาตุองค์ปัจจุบัน
ปัจจุบัน กรมศิลปากรมีโครงการรื้อถอน องค์พระธาตุองค์ปัจจุบัน[2][3] โดยให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นไปตามร้องขอของคนท้องถิ่นไปทางจังหวัด และส่งต่อมายังสำนักโบราณคดีเชียงใหม่ ให้ช่วยฟื้นฟูพระสถูปในสมัยครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ได้บูร ณะไว้ตามภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่ในวิหารพระธาตุดอยตุง เนื่องจากพระธาตุองค์ปัจจุบัน 2 องค์ที่ตั้งอยู่เวลานี้ เป็นของใหม่ ได้มีการบูรณะเมื่อสามสิบปีเศษที่แล้ว ออกแบบโดยนายช่างสถาปนิกกรุงเทพฯ และเข้าใจว่าพระสถูปเดิมสมัยครูบาได้บูรณะไว้เมื่อแปดสิบปีที่แล้ว อาจถูกทับคล่อมอยู่ภายในองค์ปัจจุบัน ซึ่งคณะทำงานได้มีการหารือทางเจ้าคณะอำเภอเรียบร้อยแล้ว และได้ให้นำพระสถูปเดิมที่ถอดออกมา ไปตั้งไว้ที่วัดพระธาตุน้อยดอยตุง อยู่ด้านล่างก่อนขึ้นดอยพระธาตุ จากนั้นทำการบูรณะพระสถูปเจดีย์ ครูบาศรีวิชัย ให้คืนกลับมาสภาพดังเดิมให้แล้วเสร็จก่อนเดือนธันวาคม 2550 ในปีหน้า โดยมีงบประมาณทั้งสิ้น 21 ล้านบาท รวมค่าปรับปรุงภูมิทัศน์ อาทิเช่น ปรับปรุงพื้นที่ลานพระธาตุให้กว้างขึ้น รื้อโรงเก็บวัสดุอุปกรณ์ เคลื่อนย้ายพระสังกัจจาย พระพุทธรูปองค์ใหญ่ในรูปปางต่างๆ นำไปตั้งประดิษฐานในสถานที่ที่เหมาะสม ปรับปรุงภูมิทัศน์ฐานบันไดนาคทางขึ้น เพื่อความสะดวกต่อพุทธศาสนิกชน ซึ่งไปนมัสการพระธาตุเป็นจำนวนมากของทุกปี(แหล่งที่มา
ประวัติและหน้าที่การงานของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์
(สุวรรณ สุวณฺณโชโตมหาเถระ)
เกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2463 แรม 4 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก ณ บ้านนางแล ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โยมมารดาชื่อ ขันแก้ว เวียงมูล โยมบิดาชื่อ จี วงศ์เรืองศรี
เมื่อเกิดมาอาจารย์ได้ให้ชื่อไว้ในดวงชะตา (ใบลานจารเขียน) วัน เดือน ปี และเวลาเกิด พร้อมกับแจ้งชื่อพ่อและแม่ไว้ด้วยว่า “ดวงทิพย์” ภายหลังในฐานะเป็นบุตรคนหัวปี จึงมีชื่อเรียกกันว่า “คำอ้าย” และใช้ชื่อคำอ้ายนี้ตลอดมา จนถึงเวลาได้รับการบรรพชาเป็นสามเณร ก็มีชื่อว่า สามเณรคำอ้าย แต่เมื่อมาอยู่กรุงเทพมหานครฯ อาจารย์ได้เปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า สุวรรณ ได้ชื่อฉายาจากพระอุปัชฌาย์ว่า สุวณฺณโชโต
เด็กชายคำอ้ายบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2477 ณ วัด นางแล ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีพระครูสุตาลังการ วัดกลางเวียง ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบท เมื่อวัน จันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ตรงกับวันแรม 6 ค่ำ เดือน 6 ปีมะโรง ณ วัดเบญจมบพิตร โดยมีพระพรหมมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสรภาณกวี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระราชเวที เป็นพระอนุสาสนาจารย์
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ อาพาธด้วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และอัมพฤกษ์ ทำให้ร่างกายซีกซ้ายไม่มีกำลัง ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2537 โดยมีศาสตราจารย์นายแพทย์ศุภชัย ไชยธีรพันธ์ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราชพยาบาล เป็นเจ้าของไข้ ตลอดระยะเวลา 5 เดือนเศษ ที่เข้ารับการรักษา สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ต้องเข้ารักษาในห้อง I.C.U และ C.C.U หลายครั้ง และมีอาการดีขึ้นมาตามลำดับ แต่แล้วอาการโรคหัวใจก็กำเริบอย่างเฉียบพลันเพราะเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ จึงทำให้ถึงมรณภาพ ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ.2537 เวลา 11.40 น ที่ตึก 84 โรงพยาบาลศิริราช สิริรวมชนอายุได้ 74 ปี 3 เดือน 17 วัน

สมณศักดิ์
พ.ศ. 2489 พระครูปลัดสุวัฒนพรหมจริยคุณ
พ.ศ. 2490 พระครูปลัดสัมพิพัฒนสุตาจารย์
พ.ศ. 2493 พระราชาคณะชั้นสามัญ
พ.ศ. 2497 พระราชาคณะชั้นราช
พ.ศ. 2501 พระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพกิตติมุนี
พ.ศ. 2505 พระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมกิตติโสภณ
พ.ศ. 2516 พระราชาคณะชั้นรองชั้นหิรัณยบัฎ ที่พระพุทธิวงศมุนี
พ.ศ. 2532 สมเด็จพระราชาคณะ ที่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์
จุฬาลงกรณรังสฤษฎ์ กิตติโสภณวรางกุร วิบูลศีลาจารวิมล คิรีชนพหุล
หิเตสี ตรีปิฎกวราภรณ์ อุดรมหาคณปธานาดิศร บวรสังฆาราม
คามวาสี อรัณยวาสี
งานทางคณะสงฆ์ที่สำคัญ
พ.ศ. 2482 เป็นเลขานุการประธานคณะบัญชาการคณะสงฆ์
พ.ศ. 2487 เป็นเลขานุการสังฆมนตรีว่าการองค์การศึกษา
พ.ศ. 2487-2488 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมจังหวัดเชียงราย
พ.ศ. 2489-2495 เป็นเลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง
พ.ศ. 2495 เป็นเจ้าคณะตรวจการผู้ช่วยภาค 5
พ.ศ. 2503 เป็นรองแม่กองบาลีสนามหลวง
พ.ศ. 2505 เป็นกรรมการโรงพิมพ์กรมการศาสนา
พ.ศ. 2507 เป็นรองเจ้าคณะภาค 6
พ.ศ. 2508-2525 เป็นเจ้าคณะภาค 6 (จังหวัดลำปาง เชียงราย แพร่ และน่าน)
พ.ศ. 2503 เป็นพระอุปัชฌาย์ให้การอุปสมบทแก่กุลบุตรได้ทั่วประเทศ
พ.ศ. 2505 เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร
พ.ศ. 2512 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
พ.ศ. 2526 เป็นเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ (16จังหวัด)
พ.ศ. 2531 เป็นแม่กองบาลีสนามหลวง
งานทางสังคมสงเคราะห์
พ.ศ. 2495 เป็นกรรมการสงเคราะห์โรงพยาบาลสงฆ์
พ.ศ. 2508 เป็นกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์
พ.ศ. 2503 เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิเบญจมบพิตรและเป็นประธานกรรมการกำกับ
มูลนิธิเบญจมบพิตร
พ.ศ. 2506 เป็นผู้อุปการะโรงเรียนเทศบาลและโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรเป็น
กรรมการอำนวยการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและเป็นอนุกรรมการวัฒนธรรมทาง
จิตกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. 2507 เป็นกรรมการอำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์
พ.ศ. 2508 เป็นประธานกรรมการอำนวยการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน วัดเบญจมบพิตร
ซึ่งงานนี้ได้ดำเนินการมาทุกปีเป็นประเพณีถึงปัจจุบัน
พ.ศ. 2513 เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิเผยแพร่พระพุทธศาสนา
แก่ชนถิ่นทุรกันดาร
พ.ศ. 2517 เป็นประธานกรรมการจัดสร้างพระราชดำริ โดยพระบรมราชโองการ
พ.ศ. 2528 เป็นผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนานานาชาติวัดเบญจมบพิตร

(แหล่งที่มา http://somdej.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=73)
พระธรรมราชานุวัตร ยังฝากข้อคิดไว้ว่า ให้ยินดีในสิ่งที่ได้ พอใจในสิ่งที่พึงมี และมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่บ่อยๆให้สมกับคำว่า บัณฑิต
ในความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาคือการจัดงานครั้งนี้ที่น่ายินดีอีกเรื่องก็คือ ไม่ได้ใช้งบประมาณห้องเรียน เพราะ นิสิต ทุกคณะและชั้นปี อาจารย์ เจ้าหน้าที่ ต่างเสียสละทั้งทุนทรัพย์ แรงกาย แรงใจ รวมทั้งบุคคลภายนอกที่มาร่วมแสดงความยินดีและตั้งโรงทานเลี้ยงทั้งวัน ไม่ว่า โต๊ะจีน20โต๊ะ ลอดช่องที่ส่งมาจากสมุทรสาคร น้ำเงี๊ยว ไอศครีม ของหวาน สวนย่อม ดอกไม้ และซุ้มต่างๆ เรียกว่าทั้งก่อนวันงาน ที่ช่วยกันตัดต้นไม้ เก็บกวาด ล้าง ถู จัดสถานที่ นั่นคือ การแสดงให้เห็นถึงพลังสามัคคีและการรักสถาบันแห่งนี้
ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านจากหัวใจคะ
ใช้หัวใจเขียน
กระต่ายใต้เงาจันทร์

.





 โดย   กระต่ายใต้เงาจันทร์   e-mail:: kataynoi21@hotmail.com   IP::   วันที่ 23 เม.ย. 2555 ( อ่าน 4246 ครั้ง)
 



ความคิดเห็นที่ [1]

พระธาตุดอยตุง


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [2]

บรรยากาศภายในงาน


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [3]

มจร.ห้องเรียนวัดพระแก้ว


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [4]

ซุ้มคณะพุทธศาสตร์


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [5]

ซุ้มถ่ายรูป


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [6]

ซุ้มถ่ายรูป


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [7]

สวนย่อมในงาน


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [8]

นิสิต


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [9]

ใครเอ่ย


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [10]

คุณอนงค์ พุกเนียม ผู้ช่วยเหลืออุปถัมป์สวนย่อมและช่วยเหลือกระต่ายทุกอย่างในงานบุญ


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [11]

บริเวณเวที


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [12]

อาจารย์


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [13]

บรรยากาศภายใน


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [14]

ลงทะเบียน


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [15]

เวที


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 23 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [16]

เวที


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 24 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [17]

พระนิสิต


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 24 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [18]

บรรดาดร.ผู้จบจากอินเดีย


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 24 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [19]

พระนิสิต


โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 24 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [20]

มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ภายหลังจากการยกฐานะขึ้นจากวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยชื่อ "มหาวิทยาลัยนเรศวร" นั้น ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสดุดีและเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา เนื่องด้วยพระองค์ประสูติที่เมืองพิษณุโลก และทรงเคยดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระมหาอุปราชครองเมืองพิษณุโลกมาก่อน

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนของประเทศไทย[1] โดยมีการเรียนการสอนครอบคลุมครบทุกสาขาวิชาทั้งสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ รวมทุกระดับการศึกษาทั้งสิ้น 208 หลักสูตร[2] มีนิสิตศึกษาอยู่ในคณะและวิทยาลัยต่างๆ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 30,000 คน[3] และมีอาจารย์ประจำกว่า 1,400 คน[4] มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับการจัดอันดับในด้านการวิจัยให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเยี่ยมและเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 9 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2549[5] และได้รับการจัดอันดับโดย เว็บโอเมตริกซ์ (Webometrics) เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2555 ให้อยู่ในอันดับที่ 1,305 ของโลก อันดับที่ 35 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอันดับที่ 14 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย[6]

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนธันวาคม โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาทรงประกอบพิธีสำคัญต่างๆ ในกิจการของมหาวิทยาลัยนเรศวร
นี่คิอ สถาบันและเป็นชุดครุยที่กระต่ายจบมาคะ





โดย กระต่ายใต้งาจันทร์     e-mail:: kataynoi21@hotmail.com     IP::    วันที่ 24 เม.ย. 2555

ความคิดเห็นที่ [21]

cesffdd


โดย ssd     e-mail:: dddd@hotmail.com     IP::    วันที่ 20 ธ.ค. 2555

ความคิดเห็นที่ [22]

cesffdd


โดย ssd     e-mail:: dddd@hotmail.com     IP::    วันที่ 20 ธ.ค. 2555


ตั้งกระทู้ใหม / อ่านกระทู้ทั้งหมด
ข้อความ
รูปภาพ
ชื่อ**
อีเมล์
รหัสกันสแปม
   
 

 

 
 
 
:: วัดพระแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย ::
วัดพระแก้ว
เลขที่ 19 หมู่ 1 ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000
โทร. 053-711385, 053-751875
ผู้เช้าชมเว็บ 189449 ครั้ง :: กำลังออนไลน์ 3 คน
Copyright © 2016 www.watphrakaew-chiangrai.com. All Rights Reserved. :: Design by Chiangrai Enter Soft::