บทความสาระน่ารู้

พระพุทธรูปประจำวันเกิด

เปิดอ่าน 3369 ครั้ง


พระพุทธรูปประจำวันเกิด                                                พิพิธภัณฑ์โฮงหลวงแสงแก้ว   วัดพระแก้ว เชียงราย                                        

พระพุทธรูปสำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์  


เป็นพระพุทธรูปปางถวายเนตร มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปยืนลืมพระเนตร พระหัตถ์ทั้งสองประสานกันไว้ที่พระเพลา พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย

พระพุทธรูปปางนี้มีที่มาจากการที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงไม้ศรีมหาโพธิ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลคยาสีสะ ซึ่งคือ พุทธคยาในปัจจุบัน เมื่อตรัสรู้แล้ว พระพุทธองค์ได้ทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถ ประทับยืนเพ่งพระเนตร ไปยังพระโพธิบัลลังก์ ตลอดระยะเวลาเจ็ดวัน

  

พระพุทธรูปสำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์


เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปยืน พระหัตถ์ซ้ายทอดลงข้างพระวรกาย พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ ฝ่าพระหัตถ์แบไปด้านหน้า แสดงกิริยาห้ามให้หยุด

พระพุทธรูปปางนี้ มีที่มาจากพุทธประวัติตอนหนึ่ง เมื่อพระประยูรญาติ ทางฝ่ายพระพุทธมารดา และพระประยูรญาติ ทางฝ่ายพระพุทธบิดา แย่งน้ำกัน จนถึงขึ้นใกล้จะทำสงครามกัน พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระญาณ จึงได้ทรงเสด็จไป ณ ที่ซึ่งทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน และเทศนาให้ทั้งสองฝ่ายฟัง  เหตุการณ์จึงสงบลงได้ด้วยดี

 

 พระพุทธรูปสำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร 


เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปนอนตะแคงด้านขวา พระพาหาขวาวางอยู่บนพระเขนย พระหัตถ์หนุนพระเศียร พระหัตถ์ซ้ายวางทอดไปตามพระวรกาย พระบาทซ้ายวางอยู่บนพระบาทขวาเสมอกัน หลับพระเนตร เรียกว่า ท่าสีหไสยาสน์

พระพุทธรูปปางนี้มีที่มาจากพระพุทธประวัติตอนที่ พระพุทธองค์ใกล้จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ ใต้ควงไม้รัง

 

 พระพุทธรูปสำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ (กลางวัน)


                เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปยืน  พระหัตถ์ทั้งสองประคองบาตร ส้นพระ              บาทชิดกัน แสดงพระอิริยาบถการออกบิณฑบาท

พระพุทธรูปปางนี้มีที่มาจากพุทธประวัติ เมื่อพระพุทธองค์ได้เสด็จออกบิณฑบาตที่กรุงกบิลพัสดุ์ ทรงแสดงปาฏิหาริย์ บันดาลให้เกิดฝนโบกขรพรรษตกลงมา ท่ามกลางพระประยูรยาติ ทำให้พระประยูรญาติทั้งหลายคลายทิฐิมานะ จากนั้นพระพุทธองค์จึงแสดงเทศนาเรื่องพระเวสสันดรชาดก

พระพุทธรูปสำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ (กลางคืน)


เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งบัลลังก์ พระบาททอดลงเหยียบพื้น พระพาหาทั้งสองวางอยู่บนพระเพลาพระหัตถ์ขวาหงายขึ้น อันเป็นกิริยารับของถวาย

พระพุทธรูปปางนี้ มีที่มาจากเหตุการณ์ในพุทธกาล ตอนที่พระพุทธองค์ เสด็จหลีกออกมาจากพระสงฆ์สาวก ณ เมืองโกสัมพี ที่วิวาทกัน ไปจำพรรษาอยู่ที่ป่ารักขิตวัน มีช้างปาลิไลยกะมาอยู่คอยปฏิบัติ และมีลิงเอารวงผึ้งมาถวาย

 

 

พระพุทธรูปสำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี


เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิ พระบาทขวาทับพระบาทซ้าย พระหัตถ์ขวาซ้อนพระหัตถ์ซ้าย พระกายตั้งตรง

พระพุทธรูปปางนี้ มีที่มาจากการบำเพ็ญเพียรทางจิตของเจ้าชายสิทธัตถะ จนได้บรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในโลก ที่ใต้ควงไม้โพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลคยาสีสะ ประเทศมคธในสมัยนั้น ณ วันเพ็ญเดือนหก ที่เราเรียกว่า วันวิสาขบูชา ในปัจจุบัน

  

พระพุทธรูปสำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์


เป็นพระพุทธรูปปางรำพึง มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปยืน พระหัตถ์ทั้งสองทาบอยู่บนพระอุระ พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย พระบาทชิดกัน ทอดพระเนตรไปข้างหน้า

พระพุทธรูปปางนี้ มีที่มาจากเหตุการณ์หลังจากที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้แล้ว ได้เสด็จพระราชดำเนินเปลี่ยนพระอิริยาบถ พักผ่อนอยู่ภายใต้ร่มไม้อชบาลนิโครธ ทรงรำพึงถึงพระธรรมที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ ว่าเป็นธรรมที่สุขุมลึกซึ้ง ยากที่คนทั่วไปจะรู้ตามได้ แต่เมื่อทรงคำนึงถึงคนสามประเภท อันเปรียบได้กับดอกบัวสามชนิด คือ พวกที่อยู่เหนือน้ำ เป็นพวกที่มีสติปัญญา จะเข้าใจหลักธรรมได้โดยฉับพลัน พวกอยู่เสมอน้ำ สามารถเข้าใจหลักธรรมได้ โดยอธิบายขยายความโดยพิสดารออกไป พวกที่อยู่ใต้น้ำ เป็นพวกที่พอแนะนำได้ด้วยการแนะนำฝึกสอนอบรม เมื่อคำนึงได้ดังนี้ จึงตกลงพระทัยที่จะเผยแพร่พระธรรม

  

พระพุทธรูปสำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์


เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปนั่งสมาธิ บนขนดของพญานาค เบื้องหลังมีพญานาค ๗ เศียร แผ่พังพานอยู่เหนือพระเศียร

พระพุทธรูปปางนี้ มีที่มาจากเหตุการณ์หลังจากที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้แล้ว ได้ทรงประทับเสวยวิมุตติสุข ณ สถานที่ต่างๆ ด้วยพระอิริยาบถต่างๆ แห่งละเจ็ดวัน ในห้วงเวลาที่ประทับอยู่ใต้ต้นมุจลินทร์ (ต้นจิก) และเข้าฌานอยู่ ได้เกิดพายุฝนตกหนัก พญานาคที่อาศัยอยู่ในสระมุจลินทร์ข้างต้นจิก จึงได้ทำขนดล้อมพระวรกายของ พระพุทธองค์  แล้วแผ่พังพานปกคลุมกันพระองค์ไว้จากลมและฝน

 



ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวัดในเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ชาดกเรื่องกาเผือก พระพุทธเจ้า 5 พระองค์

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

กลองมโหระทึก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตักบาตรเทโว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตาลปัตร

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตำนานพระแก้วมรกต

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ทศชาติชาดก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ประวัติศาสตร์จังหวัดเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ปี๋เปิ้ง

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

เป็งปุ๊ด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระเจดีย์

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระเจ้าทันใจ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระธรรมราชานุวัตร

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระบรมสารีริกธาตุ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระประธาน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระประวัติพญามังราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระพุทธรูปประจำวันเกิด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระหยกเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระอุโบสถ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

วัดพระแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

หอพระหยก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

โฮงหลวงแสงแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553