บทความสาระน่ารู้

เป็งปุ๊ด

เปิดอ่าน 1847 ครั้ง

เป็งปุ๊ด (เพ็ญพุธ)                                                   พิพิธัณฑ์โฮงหลวงแสงแก้ว

                                                                                    วัดพระแก้ว เชียงราย

 

เป็นความเชื่อของชาวล้านนาว่า เมื่อวันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธทุกครั้ง ศรัทธาประชาชนจะเตรียมข้าวปลาอาหารไปใส่บาตรตั้งแต่หลังเที่ยงคืน (เริ่มวันเพ็ญ) เชื่อกันว่าในวันดังกล่าว พระอุปคุต ผู้ซึ่งหมดกิเลศแล้ว แต่ยังดำรงอยู่จนปัจจุบัน โดยจำศีลอยู่ในน้ำ ต่อเมื่อถึงวัน  “เป็งปุ๊ด” ท่านจะออกจากการจำศีลมารับบิณฑบาตในตอนเช้ามืด บ้างก็ว่าพระอุปคุตจะปรากฏในร่างของเณรน้อย หรือไม่ก็เนรมิตกายมีรูปร่างสูงใหญ่ ผู้ใดได้ถวายอาหารหรือใส่บาตรพระอุปคุตแล้ว ผู้นั้นจะมีโชคเป็นอันมาก คือจะร่ำรวยเงินทอง มีโชคลาภ เจริญรุ่งเรือง มีสติปัญญาเฉียบแหลม มีสมาธิจิตดี ปราศจากภัยทั้งปวง

พระอุปคุต หรือ สถวีรอุปคุปต เป็นพระอรหันตสาวกหลังพุทธกาล ซึ่งเป็นผู้เรืองฤทธิ์ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช กำเนิดมาในตระกูลของพ่อค้าในเมืองมถุรา เมื่อออกบวชแล้วบรรลุพระอรหันต์ เป็นพระอาจารย์ที่มีพระอรหันต์เป็นศิษย์อยู่ถึง ๑๘,๐๐๐ รูป พระอุปคุตเป็นผู้นำพระเจ้าอโศกมหาราชเสด็จไปทอดพระเนตรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ สถานที่ประสูติ สถานที่บำเพ็ญทุกรกิริยา สถานที่ตรัสรู้ สถานที่แสดงปฐมเทศนา และสถานที่ปรินิพพาน

ในคัมภีร์อโศกาวทาน กล่าวว่า พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์พระอุปคุตแก่พระอานนท์ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานว่า ๑๐๐ ปี นับจากเวลาดังกล่าว พระอุปคุตจะเป็นผู้ประกาศพุทธธรรมในโลกนี้เฉกเช่นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๒  แต่จะเป็นพระพุทธเจ้าที่ไม่มีทวัตติงสลักษณะ หรือไม่ประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ และพระอุปคุตเป็นผู้กลับใจมารผู้รบกวนพระภิกษุ

มีความเชื่อว่า พระอุปคุตมีทั้งหมด ๘ องค์ ปรินิพพานไปแล้ว ๗ องค์ คงเหลือจำศีลอยู่ในมหาสมุทร ๑ องค์ ซึ่งจะออกมาโปรดสัตว์ในวันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธดังกล่าว

เนื่องจากพระอุปคุตมีคุณสมบัติเป็นเลิศในทางป้องกันอันตราย ดังนั้นในงานปอยหรืองานฉลองต่างๆ เมื่อมีพิธีต้องการความศักดิ์สิทธิ์ จึงมีการอัญเชิญพระอุปคุตจากแหล่งน้ำมาสู่หอพระอุปคุตในบริเวณวัด โดยการงมหินจากในแม่น้ำมาเป็นพระอุปคุตสมมติ ประธานในพิธีจะเป็นผู้นำพานดอกเข้าประเคนอัญเชิญไปเพื่อปกปักรักษาให้งานที่จะมีนั้นราบรื่นเป็นสิริมงคล และจะได้ขอศีลขอพรจากท่านด้วย หลังจากเสร็จพิธีก็จะอัญเชิญกลับสู่แหล่งน้ำ ในการอัญเชิญทั้งไปและกลับจะจัดขบวนแห่กั้นร่มไปตลอดทาง

พระอุปคุตมี ๒ ปาง คือ ปางจกบาตร และปางพระบัวเข็ม

ปางจกบาตรนั่งแหงนหน้ามองพระอาทิตย์ ตามตำนานของชาวพม่ามีว่า  วันหนึ่งท่านติดภารกิจจนจวนเจียนจะเลยเวลาฉันเพล ท่านจึงแหงนหน้าขึ้นมองไปที่พระอาทิตย์ ด้วยอิทธิฤทธิ์ของท่าน พระอาทิตย์ก็หยุดเคลื่อน ท่านจึงฉันอาหารได้ในเวลาไม่เกินเพล

ปางพระบัวเข็ม เป็นปางที่พระอุปคุตเข้านิโรธสมาบัติที่สะดือทะเล ที่ฐานจะมีรูปหอย ปู ปลา บนเศียรมีใบบัวคลุม มีตุ่มนูนเล็กๆ ๙ จุด คือที่บนหน้าผาก ๑ จุด ที่เข่า ๒ จุด หัวไหล่ ๒ จุด สะโพก ๒ จุด และที่ศอกหรือข้อมือ ๒ จุด  เรียกว่าเข็ม แต่เดิมชาวพม่าวางพระบรมสารีริกธาตุ หรือพระธาตุที่ ๙ จุดนี้ แต่ปัจจุบันทำเป็นตุ่มนูนเหมือนมีเข็มฝังไว้แทน จึงเป็นที่มาของชื่อ พระบัวเข็ม

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวัดในเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ชาดกเรื่องกาเผือก พระพุทธเจ้า 5 พระองค์

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

กลองมโหระทึก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตักบาตรเทโว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตาลปัตร

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตำนานพระแก้วมรกต

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ทศชาติชาดก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ประวัติศาสตร์จังหวัดเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ปี๋เปิ้ง

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

เป็งปุ๊ด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระเจดีย์

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระเจ้าทันใจ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระธรรมราชานุวัตร

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระบรมสารีริกธาตุ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระประธาน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระประวัติพญามังราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระพุทธรูปประจำวันเกิด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระหยกเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระอุโบสถ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

วัดพระแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

หอพระหยก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

โฮงหลวงแสงแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553