บทความสาระน่ารู้

ประวัติศาสตร์จังหวัดเชียงราย

เปิดอ่าน 2975 ครั้ง

                                                                                                                                พิพิธภัณฑ์โฮงหลวงแสงแก้ว

                                                                                                                                วัดพระแก้ว เชียงราย

 

ประวัติความเป็นมาก่อนสร้างเมืองเชียงราย โดยสังเขป

 

ชนชาติไทยในดินแดนภาคเหนือ อันมีโยนกนครเป็นราชธานี หรือแคว้นล้านนา อาจแบ่งออกเป็น ๕ สมัย ดังนี้

 

สมัยแรก                 เชียงลาว (ราว พุทธศักราช ๕๐)  คนไทยที่เรียกว่าอ้ายลาว นำโดยขุนเจือง อพยพลงมาจากจีน มายังเชียงรุ้ง เชียงตุง เชียงลาว (ริมแม่น้ำสาย) บริเวณเหล่านี้เดิมเป็นที่อยู่ของพวกชาวป่าพวกลัวะ หรือละว้า มีราชวงศ์ ปกครองสืบต่อกันมาจนถึงสมัยราชวงศ์ละวะจักราช

 

สมัยที่สอง              แคว้นยวนเชียง(เริ่มตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๕)  เมืองเชียงลาวได้ขยายเมืองกว้างขึ้น แผ่อาณาเขตไปถึงเวียงกาหลง เวียงฮ้อ เวียงวัง แจ้ห่ม เชียงแสน โดยมีพวกไทยอพยพลงมาเพิ่มมากขึ้น

 

สมัยที่สาม              แคว้นสุวรรณโคมคำ (ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑)  ขอมมีอำนาจขับไล่พวกไทยออกไปจากแคว้นยวนเชียง แล้วสร้างอาณาจักรสุวรรณโคมคำ (เมืองเชียงแสนปัจจุบัน) ต่อมาขอมทิ้งเมืองสุวรรณโคมคำร้างไว้แล้วไปสร้างเมืองอยู่ ณ เมืองอุโมงคเสลา (เมืองฝาง)

                   ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ พระเจ้าพีล่อโก๊ะ (ขุมบรม) กษัตริย์ไทยครองเมืองหนองแส (อาณาจักรสิบสองจุไท) ส่งโอรสชื่อขุนใสผา (ขุนไชยพงศ์) มาสร้างเมืองใหม่ ณ เมืองสุวรรณโคมคำเดิม

 

สมัยที่สี่                   แคว้นนาคพันธุ์สิงหนวัติ (พุทธศตวรรษที่ ๑๔)  เจ้าสิงหนวัติกุมาร หลานขุนบรมแห่งเมืองหนองแส อพยพคนมาสร้างเมืองนาคพันธุ์สิงหนวัตินคร หรือโยนกนาคนคร (บริเวณเมืองเชียงแสนปัจจุบัน) มีกษัตริย์ที่สำคัญครองเมืองต่อมาคือ

รัชกาลที่ ๓ พระเจ้าอชุตราช เป็นผู้สร้างมหาสถูปดอยตุง

รัชกาลที่ ๔ พระเจ้ามังรายนราช (โอรสพระเจ้าอชุตราช)  ได้ให้พระโอรสองค์ใหญ่ นามว่า พระองค์เชือง ไปครองเมืองโยนก และให้โอรสองค์น้องชื่อ ไชยนารายณ์ ไปสร้างเมืองไชยนาราย์ณ์ริมแม่น้ำลาว

รัชกาลที่ ๒๗ พระองค์พังคราช เสียเมืองโยนกนาคนครให้ขอมเมื่อ พ.ศ. ๑๕๘๐ ต่อมาพระเจ้าพรหมกุมาร พระโอรสองค์เล็กได้ขับไล่ขอมสำเร็จ และให้พระบิดากลับไปครองเมืองโยนกนคร โดยให้ชื่อใหม่ว่า เวียงไชยบุรี ส่วนพระเจ้าพรหมสร้างเมืองไชยปราการ ณ เมืองอุโมงคเสลาเดิม ต่อมาพระเจ้าไชยศิริ ราชโอรสขึ้นครองราชย์ และเสียเมืองให้ขุนเสือขวัญฟ้า แห่งอาณาจักรเมา

 

สมัยที่ห้า                 แคว้นหิรัญนครเงินยาง (พุทธศตวรรษที่ ๑๘)  ปู่เจ้าลาวจก ซึ่งเป็นเชื้อสาย ละวะจักราช ได้รวบรวมเมืองขึ้นใหม่ เรียกว่า หิรัญนครเงินยาง มีกษัตริย์สืบเชื้อสายมาจนถึง ลาวเมง ได้อภิเษกสมรสกับ พระนางเทพคำขยาย จากนครเชียงรุ้ง ประสูติพระโอรสทรงพระนามว่า เจ้าเมงราย ในปี พ.ศ. ๑๗๘๑

 

 

 

 

 

 

 

ประวัติการสร้างเมืองเชียงรายโดยย่อ

 

พ.ศ. ๑๘๐๒           เมื่อพระเจ้าเมงราย มีพระชนม์ได้ ๒๒ ปี ได้ขึ้นครองราชย์ที่นครเงินยาง และได้เริ่มรวบรวมหัวเมืองฝ่ายเหนือ เช่นเมืองมอบ เมืองเชียงคำ เมืองเชียงช้าง เป็นต้น

พ.ศ. ๑๘๐๕            พระยาเมงราย ได้แผ่ขยายอำนาจไปทางใต้ ณ เมืองลาวกู่เต๊า ตำบลเต่าร้อย ช้างมงคลได้พลัดหลงไป พระองค์ได้เสด็จตามช้างไปจนถึงดอยจอมทอง ริมน้ำแม่กกนที เห็นภูมิประเทศเป็นชัยภูมิที่ดี จึงได้สร้างเมืองโดยโอบเอาดอยจอมทองไว้ ขนานนามว่า เมืองเชียงราย

พ.ศ. ๑๘๑๙            พระยาเมงราย  ยกกองทัพไปติดเมืองพะเยา พระยางำเมือง เมืองพะเยา เห็นว่าจะสู้ด้วยกำลังมิได้ จึงยกกองทัพออกไปรับ ขอเป็นมิตรกัน

พ.ศ. ๑๘๒๓           พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระยาเมงราย และพระยางำเมือง ทรงกระทำสัตย์ปฏิญาณ โดยทรงเอาโลหิตที่นิ้วพระหัตถ์รวมผสมกับน้ำสัตย์เสวย สัญญาว่าจะไม่เบียดเบียนกันตลอดชีวิต

พ.ศ. ๑๘๓๕           พระยาเมงรายได้เสด็จไปสร้างเมืองเชียงใหม่ จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๑๘๓๙

พ.ศ. ๑๘๖๐            พระยาเมงรายถูกฟ้าผ่าสวรรคต ขณะเสด็จประพาสตลาด กลางเมืองเชียงใหม่

พ.ศ. ๑๘๖๑            พระยาไชยสงคราม ราชโอรส ขึ้นครองเมืองเชียงราย

พ.ศ. ๑๘๗๐            พระยาไชยสงครามสวรรคต พระยาแสนภู โอรสองค์ใหญ่ กลับมาครองเมืองเชียงราย

พ.ศ. ๑๘๗๑            พระยาแสนภูได้ไปสร้างเมืองใหม่ ณ บริเวณเวียงไชยบุรีเดิม ตั้งชื่อว่า หิรัญนครชัยบุรีศรีเชียงแสนต่อมาจึงเรียกว่า เชียงแสน จนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. ๑๙๐๘            พวกฮ่อมารบกวนเมืองเชียงแสน แต่ก็พ่ายไป

พ.ศ. ๒๑๐๑            เชียงใหม่ เชียงแสน และเชียงราย ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า (สมัยบุเรงนอง)

พ.ศ. ๒๓๔๙           พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดให้กรมหลวงเทพหริรักษ์ พระยายมราช ยกกองทัพไปขับไล่พม่าออกไปสำเร็จ และเผาเมืองเชียงแสนเสียสิ้น กวาดต้อนเอาผู้คน ๒๓,๐๐๐ ครอบครัว แบ่งเป็น ๕ ส่วนไปอยู่เมืองเชียงใหม่ ลำปาง น่าน เวียงจันทน์ และกรุงเทพฯ โดยโปรดเกล้าฯ ให้กลุ่มที่ลงไปกรุงเทพฯไปตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ เมืองสระบุรี และเมืองราชบุรี

พ.ศ. ๒๔๑๓           ในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕  มีพวกพม่า ลื้อ เขิน เมืองเชียงรุ้ง ๓๘๑ คน ยกครอบครัวมาอยู่เมืองเชียงแสน

พ.ศ. ๒๔๑๗           เจ้าอินทวิไชยยานนท์ เจ้านครเชียงใหม่ ยกพล ๔,๕๐๐ คน ไปไล่ต้อนผู้คนออกไป และให้เจ้าอินต๊ะ หลานผู้ครองเมืองลำพูน นำราษฎร ๑,๕๐๐ ครัวเรือนไปอยู่ในเมืองเชียงแสน และได้รับแต่งตั้งเป็น พระยาราชเดชดำรง

พ.ศ. ๒๔๓๗          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ จัดทำพระราชบัญญัติจัดตั้งมณฑลพายัพ โดยมีเชียงใหม่เป็นตัวมณฑล มีข้อบังคับที่เรียกว่า เค้าสนามหลวง การปกครองเริ่มจาก ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เจ้าเมือง ข้าหลวงบริเวณ และเค้าสนามหลวงตามลำดับ ขึ้นอยู่กับกระทรวงกลาโหม

พ.ศ. ๒๔๔๐        พระยาราชเดชดำรงถึงแก่กรรม

พ.ศ. ๒๔๔๒          โปรดเกล้าฯตั้งนายไชยวงศ์ บุตรพระยาราชเดชดำรง เป็นพระยาราชเดชดำรง ขึ้นกับบริเวณเชียงราย และย้ายอำเภอเชียงแสนมาอยู่ ณ บริเวณอำเภอแม่จันในปัจจุบัน

พ.ศ. ๒๔๔๓          โปรดเกล้าฯ ตั้งนายคำหมื่น บุตรพระยาราชเดชดำรง (อินต๊ะ) เป็นพระยาราชบุตร ขึ้นกับเมืองเชียงราย

พ.ศ. ๒๔๕๓          ประกาศยกเมืองเชียงรายขึ้นเป็นเมืองจัตวา อยู่ในมณฑลพายัพ จัดแบ่งการปกครองเป็น ๑๐ อำเภอ คืออำเภอเมืองเชียงราย  อำเภอเมืองเชียงแสน อำเภอเมืองฝาง อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอเมืองพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอแม่สรวย อำเภอเมืองเชียงคำ อำเภอเมืองเชียงของ โดยให้พระภักดีณรงค์ เป็นผู้ว่าราชการเมืองเชียงราย ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวัดในเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ชาดกเรื่องกาเผือก พระพุทธเจ้า 5 พระองค์

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

กลองมโหระทึก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตักบาตรเทโว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตาลปัตร

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ตำนานพระแก้วมรกต

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ทศชาติชาดก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ประวัติศาสตร์จังหวัดเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

ปี๋เปิ้ง

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

เป็งปุ๊ด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระเจดีย์

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระเจ้าทันใจ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระธรรมราชานุวัตร

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระบรมสารีริกธาตุ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระประธาน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระประวัติพญามังราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระพุทธรูปประจำวันเกิด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระหยกเชียงราย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

พระอุโบสถ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

วัดพระแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

หอพระหยก

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

โฮงหลวงแสงแก้ว

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553